“วรศิษฎ์” เผย รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างรุกหาดภูเก็ตภายในเดือนสิงหาคมนี้ ยันนอมินีถือครองที่ดินต้องถูกบังคับขายที่ บอกข้อมูลแล้วเสร็จใน 2 สัปดาห์   


วันที่ 23 มิถุนายน 2569 เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวเปิดเผยภายหลังการลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อติดตามความคืบหน้าการแก้ปัญหากลุ่มผู้มีอิทธิพล และกวาดล้างนอมินีว่า ได้ติดตามกระบวนการ การบุกรุกพื้นที่สาธารณะ โดยเฉพาะในหาดบางเทา หาดฟรีดอม หาดนุ้ย ปัญหากลุ่มผู้มีอิทธิพลในหาดบางเทาเข้าสู่กระบวนการของตำรวจแล้ว เรื่องส่วยก็อยู่ในกระบวนการสอบสวน ส่วนข้าราชการที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ปปป. จะเป็นผู้ให้รายละเอียดในส่วนนี้ ขณะที่หาดฟรีดอม ก็อยู่ในขั้นตอนการสืบสวนสอบสวนของตำรวจแม้ว่าจะอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ โดยคาดว่าจะเข้าไปรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างได้ภายในเดือนสิงหาคม เพราะอยู่ในช่วงที่ผู้ได้รับผลกระทบสามารถยื่นเรื่องร้องเรียนได้ ส่วนในหาดนุ้ย จะสามารถเข้าไปรื้อถอนได้ในช่วงกลางเดือนกรกฎาคม ส่วนการเรียกรับผลประโยชน์ของผู้มีอิทธิพล ขณะนี้มีข้อมูลถึงร้อยละ 99 แล้ว รอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นผู้เปิดเผย ส่วนนอมินีที่เข้ามาถือครองที่ดิน จากการทำงานร่วมกับกรมธุรกิจการค้ากระทรวงพาณิชย์ พบว่ามีการถือครองที่ดิน 317 บริษัท รวมพื้นที่ 480 แปลง ซึ่งทั้ง 317 บริษัทจะต้องถูกบังคับขายที่ดิน เนื่องจากไม่มีสิทธิ์ถือครอง หลังจากนี้จะต้องตรวจสอบว่าครอบครองที่ดินได้อย่างไร โดยจะรวบรวมข้อมูลทั้งหมดและบังคับขาย หากไม่ดำเนินการก็ถือว่าเป็นอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดเข้าไปดูแลในส่วนนี้ นอกจากนี้ทั้ง 317 บริษัทก็จะต้องเข้าสู่กระบวนการสอบสวนโดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ต่อไป เนื่องจากมีพฤติการณ์กระทำผิดที่คล้ายกัน และมีความเสี่ยงสูงในการถือครองที่ดินแทนบุคคลอื่น รวมถึงมีมูลค่าความเสียหายสูงถึงเกือบ 6,000 ล้านบาท

...


นายวรศิษฎ์ยังกล่าวอีกว่า การถือครองที่ดินโดยนอมินีจะมีการขยายผลไปในทุกพื้นที่ โดยรัฐบาลมีพื้นที่เป้าหมายเป็นพื้นที่ที่ชาวต่างชาติเข้ามาตั้งรกราก ในสองสัปดาห์ที่จะถึงนี้จะมีความชัดเจนมากขึ้น แต่ยอมรับว่าข้อมูลมีความซับซ้อนมาก จึงต้องใช้เวลาในการตรวจสอบ หากไม่มีความแม่นยำข้าราชการอาจถูกดำเนินการได้ โดยมีการถือครองในลักษณะอำพรางเป็นจำนวนมาก เช่น บริษัทเอ ถือหุ้นโดยคนไทยร้อยละ 51 ขณะที่ต่างชาติถือครองร้อยละ 49 และเอาบริษัทบีมาถือครองสัดส่วนของคนไทยเพิ่มเติม เพราะในสถานะถือว่าเป็นนิติบุคคลที่เป็นสัญชาติไทย แต่เมื่อมารวมกันแล้ว สัดส่วนต่างชาติกลับสูงกว่าสัดส่วนคนไทย อย่างไรก็ตามในแต่ละจังหวัดได้มีการทยอยส่งปัญหานี้เข้ามายังกระทรวงเรื่อย ๆ แต่จะมีการจัดการข้อมูลให้แล้วเสร็จ ภายใน 2 สัปดาห์นี้ และย้ำในส่วนนอมินีที่ได้สัญชาติไทย จะตรวจสอบว่าดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ หากพบว่าผิดปกติ ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ว่าได้สัญชาติไทยเพราะสาเหตุอะไร ดังนั้นไม่ต้องกังวลว่าจะตรวจสอบอย่างไร ส่วนกรณีที่มีการอ้างว่าถือครองที่ดินนส. 3 ได้โดยชอบด้วยกฎหมาย นายวรศิษฎ์ ยืนยันว่าต่างชาติไม่มีสิทธิ์ถือครองที่ดินได้ หากไม่ใช่กรณีพิเศษที่ BOI ส่งเสริมการลงทุน และหากมีการรุกล้ำพื้นที่สาธารณะ กรมที่ดินและกรมป่าไม้สามารถตรวจสอบได้