“เจมส์ อนุชา” ควง “อภิสิทธิ์” เคาะประตูบ้านปั๊มคะแนนเสียง สวน “ชัชชาติ” โวฟันโกง 41 ราย เป็นเรื่องดีที่ยอมรับว่า กทม. มีทุจริต
วันที่ 23 มิถุนายน 2569 นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และคณะผู้บริหารพรรคชุดใหญ่ อาทิ นายกรณ์ จาติกวณิช, นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค และนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค ได้ร่วมกันลงพื้นที่เขตราษฎร์บูรณะ เพื่อรณรงค์ขอคะแนนเสียงให้กับ นายไสว โชติกะสุภา ผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 2
โดยคณะแกนนำ ปชป. ได้เริ่มต้นเดินทักทายและเคาะประตูบ้านประชาชนในซอยสุขสวัสดิ์ 26 ซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ของชุมชนที่มีร้านค้าหนาแน่นสะท้อนเศรษฐกิจฐานราก ก่อนจะแวะพักที่สวนสุขภาพ "สุขเวชชวนารมย์" ซึ่งเป็นสวนต้นแบบที่อดีตรองผู้ว่าฯ กทม. สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ เคยริเริ่มมอบที่ดินสร้างสวนสาธารณะให้ชุมชน จากนั้นคณะได้ขึ้นรถแห่ตระเวนหาเสียงรอบเขต ตั้งแต่ชุมชน 400 ห้อง ไปจนถึงตลาดบางปะกอก
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. อิสระ ได้กล่าวบนเวทีดีเบตเมื่อวานนี้ (22 มิ.ย. 2569) ถึงผลงานการจัดการข้าราชการและทุจริตไปแล้ว 41 ราย นายอนุชา ได้กล่าวว่า เป็นเรื่องดีที่อดีตผู้บริหาร กทม. เริ่มออกมายอมรับความจริงว่ามีการทุจริตคอร์รัปชันเกิดขึ้นจริงใน กทม.
นายอนุชา ย้ำว่า พรรคประชาธิปัตย์ยึดถือเรื่องความโปร่งใสเป็นนโยบายหลัก โดยตั้งเป้าจะนำระบบแพลตฟอร์มตรวจสอบข้อมูลมาใช้เพื่อกำจัดระบบส่วยและค่าน้ำร้อนน้ำชาที่กัดกินโอกาสของพ่อค้าแม่ค้าหาบเร่แผงลอยให้หมดไป ยิ่งไปกว่านั้น พรรคเราเน้นวัฒนธรรมการตรวจสอบกันเองภายในอย่างเข้มข้น ยืนยันว่าหากตนได้เป็นผู้ว่าฯ กทม. ก็พร้อมให้หัวหน้าพรรคและคนในพรรคตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา
...
ส่วนกรณีผลสำรวจคะแนนนิยมหรือโพลต่างๆ นายอนุชา มองว่าเป็นเรื่องปกติของการเมือง แต่ผลลัพธ์จริงอยู่ที่วันหย่อนบัตร ซึ่งตอนนี้ตนสัมผัสได้ถึงสัญญาณบวกจากประชาชนที่หันกลับมาสนับสนุนพรรคมากขึ้น เพราะเชื่อมั่นในพรรคประชาธิปัตย์ที่ยืนหยัดทำงานเคียงข้างคนกรุงเทพฯ มายาวนานกว่า 8 ทศวรรษ ไม่ว่าจะมีตำแหน่งหรือไม่ พวกเราไม่เคยหายไปไหน จึงขอเชิญชวนให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์เลือก ปชป. ทั้งผู้ว่าฯ และ สก.
ทางด้าน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวตอกย้ำในช่วงโค้งสุดท้ายว่า สิ่งสำคัญคือนโยบายที่ตอบโจทย์ปัญหาเดิมๆ ทั้งเรื่องจราจร ขยะ และปากท้อง การเลือกผู้ว่าฯ กทม. ควบคู่กับผู้สมัคร สก. ทั้ง 50 เขตจากพรรคประชาธิปัตย์ จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้การขับเคลื่อนนโยบายและการประสานงานจากท้องถิ่นไปสู่ระดับชาติมีความเป็นเอกภาพและทำได้อย่างไร้รอยต่อแน่นอน