“ไอติม” จี้ถาม “ยศชนันท์-ประเสริฐ” ปมเบรกพับโครงการเมกะโปรเจกต์ 7 พันล้าน แฉทีโออาร์ล็อกสเปกคล้าย “TH-AI Passport” 


วันที่ 23 มิถุนายน 2569 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานวิปฝ่ายค้าน เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. 2569 และร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ซึ่งแม้ว่าขณะนี้ฝ่ายค้านจะยังไม่เห็นรายละเอียดเชิงลึกทั้งหมด เนื่องจากต้องรอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สรุปผลอย่างเป็นทางการ แต่จากตัวเลขภาพรวมที่หลุดออกมาพบว่า รัฐบาลจะมีการโอนงบประมาณปี 2569 เพียงวงเงินกว่า 10,000 ล้านบาทเท่านั้น

นายพริษฐ์ ระบุว่า ตัวเลขดังกล่าวตอกย้ำข้อกล่าวหาที่ว่ารัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาลประเภท “พูด 100 ทำ 10” อย่างชัดเจนและไม่ได้เกินจริง เพราะแรกเริ่มเดิมทีรัฐบาลเคยประกาศตั้งเป้าหมายใหญ่โตว่าจะโอนงบประมาณให้ได้ถึง 80,000 ล้านบาท ก่อนจะทยอยหั่นตัวเลขลดลงมาเรื่อยๆ จนเหลือแค่นี้ ทั้งที่เคยแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเมื่อช่วงต้นเดือนเมษายนว่าจะพยายามประหยัดงบส่วนที่ไม่จำเป็น เพื่อโอนไปช่วยเหลือประชาชนในการรับมือกับวิกฤตพลังงานและค่าครองชีพ

ประธานวิปฝ่ายค้าน ตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า ไส้ในของ พ.ร.บ.โอนงบประมาณฉบับนี้ รัฐบาลชุดปัจจุบันสามารถสั่งทบทวนโครงการงบประมาณที่ถูกริเริ่มมาจากรัฐบาลชุดก่อนได้ โดยเฉพาะโครงการเมกะโปรเจกต์เกี่ยวกับการยกระดับทักษะ “Skill Credit Portfolio” จำนวน 2 โครงการ มูลค่ารวมกันสูงถึง 7,000 ล้านบาท ซึ่งแบ่งเป็นกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มูลค่า 5,400 ล้านบาท กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มูลค่า 1,600 ล้านบาท

นายพริษฐ์ เผยว่า ทั้งสองโครงการนี้ถูกริเริ่มมาตั้งแต่ช่วงต้นปี 2568 ในยุคที่พรรคภูมิใจไทยบริหารทั้งสองกระทรวง และถูกบรรจุไว้ในงบปี 69 ซึ่งล่าสุดฝ่ายค้านตรวจสอบพบข้อพิรุธในเอกสารขอบเขตงาน (TOR) โดยเฉพาะในส่วนของกระทรวง อว. ที่มีลักษณะความผิดปกติ คล้ายคลึงกับโครงการ “TH-AI Passport” คือมีการระบุรายละเอียดใน TOR ที่ส่อไปในทางกีดกันการแข่งขัน เอื้อประโยชน์ให้เอกชนบางรายที่อาจรู้ข้อสอบล่วงหน้า และทำให้รัฐเสียเปรียบ

...

นายพริษฐ์ กล่าวต่อไปว่า แม้ว่านายยศชนันท์ วงศ์สวัสดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. จะสั่งเบรกและรื้อ TOR เดิมเพื่อทำใหม่แล้ว แต่คำถามคือ นอกจากรื้อทำใหม่แล้ว ได้มีการพับโครงการนี้เพื่อโยกงบประมาณไปใส่ไว้ใน พ.ร.บ.โอนงบประมาณครั้งนี้ด้วยหรือไม่

ขณะเดียวกัน ก็ต้องฝากคำถามไปยัง นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ด้วยว่าจะสั่งเบรกโครงการนี้ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการด้วยหรือไม่ เนื่องจากทั้งสองโครงการมีความเชื่อมโยงกัน และฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตว่าโครงการ Skill Credit Portfolio นี้ มีความซ้ำซ้อนกับโครงการ NDLP ของกระทรวงศึกษาธิการเอง ที่เคยลงทุนจัดสร้างไปก่อนหน้านี้ด้วยงบประมาณหลักพันล้านบาทไปแล้ว

สำหรับศึกอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 นายพริษฐ์ ยืนยันว่า ฝ่ายค้านจะเน้นย้ำเรื่องความคุ้มค่าของเงินภาษีประชาชน โดยจะอภิปรายทั้งภาพรวมการจัดสรรงบประมาณของแต่ละกระทรวง และจะจี้เจาะลึกเป็นรายโครงการที่มีการใช้งบประมาณสูงเป็นพิเศษ หรือโครงการที่ส่อแววไม่โปร่งใส

“เราจับตากรณีโครงการ TH-AI Passport ซึ่งในเฟสแรกมีการดึงเงินจากกองทุนดีอีไปใช้ และขณะนี้ได้รับการยืนยันจากปลัดกระทรวงดีอีแล้วว่า มีการตั้งงบประมาณสำหรับทำ เฟส 2 ไว้ในกฎหมายงบประมาณปี 2570 เรียบร้อยแล้ว ซึ่งโครงการนี้จะเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญที่ฝ่ายค้านจะอภิปรายเจาะลึกเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศอย่างแน่นอน” นายพริษฐ์ กล่าวทิ้งท้าย