“พิพัฒน์” แจงปม “ค่าไฟแฝง” เกิดมาเป็น 10 ปีแล้ว นายกฯ สั่งเร่งลดภาระประชาชนให้ได้ ต้องหาผู้ชำระแทน โดยที่ไม่ต้องไปบวกอยู่ในค่า FT ย้ำคมนาคมรับแทนไม่ไหว เหตุค่าไฟส่วนนี้ตกปีละ 10,000 ล้าน
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 23 มิถุนายน 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวที่ทำเนียบรัฐบาล ถึงกรณีที่ค่าใช้จ่ายของไฟสาธารณะและไฟส่องสว่างริมทางหลวงหลายพื้นที่ทั่วประเทศถูกแฝงอยู่ในบิลค่าไฟของประชาชน ว่า ต้องยอมรับในเรื่องนี้ แต่เหตุการณ์นี้ก็ไม่ได้เกิดขึ้นในปัจจุบัน และต้องขอบคุณ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่พยายามที่จะหาทุกวิถีทางเพื่อลดค่าไฟฟ้าให้กับผู้ใช้ตามบ้านได้อย่างไร ซึ่งในการที่เราลงไปสืบค้นแต่ละการไฟฟ้าทั้งหมด ส่วนหนึ่งมาจากทางหลวงชนบทที่เป็นไฟส่องสว่างบนถนนเพื่อความปลอดภัยของผู้เดินทาง แต่ในส่วนนั้นเราก็เพิ่งรู้ว่ามันไปแฝงอยู่ในค่า FT ไฟบ้านของประชาชน
นายพิพัฒน์ กล่าวต่อไปว่า ท่านนายกรัฐมนตรีก็มีข้อสั่งการให้กระทรวงพลังงาน หาวิธีการแก้ปัญหา ส่วนกระทรวงคมนาคมที่เคยออกข่าวไปว่าในโคมไฟต่างๆ ที่อยู่บนถนน อันไหนที่หมดอายุไปแล้วก็ต้องมีการเปลี่ยนไปใช้หลอด LED ซึ่งจะสามารถลดค่าไฟได้ 40-50% เป็นสิ่งที่กระทรวงคมนาคมได้มีการออกข่าวไปแล้ว ว่า ในการประหยัดค่าไฟ หากทำไม่ได้จริงๆ ก็จะต้องมีการหารือกับสำนักงบประมาณ ว่าเราจะทำอย่างไร เพราะกระทรวงคมนาคมเราก็ไม่มีปัญญาที่จะไปรับผิดชอบหรือจ่ายค่าใช้จ่ายในส่วนนั้นได้ เนื่องจากตกปีละประมาณ 10,000 กว่าล้านบาท ซึ่งถือว่าเยอะมากพอสมควร
...
ขณะเดียวกัน นายพิพัฒน์ ย้ำว่า เรื่องไม่ได้เกิดขึ้น ณ เวลานี้ เกิดขึ้นมาหลาย 10 ปี และนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้แก้ไขปัญหาเพื่อลดค่าไฟฟ้าให้กับประชาชน โดยเราจะต้องหาผู้ที่จะมาเป็นผู้ชำระแทน โดยที่ไม่ต้องไปบวกอยู่ในค่า FT
เมื่อถามว่า นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า สามารถไปของบประมาณจากสำนักงบประมาณได้นั้น นายพิพัฒน์ ระบุว่า เรื่องการของบประมาณเป็นอีกหนึ่งแนวทาง แต่เมื่อไปขอจากสำนักงบประมาณก็จะมีคำถามต่อไปว่า งบประมาณที่สำนักงบประมาณ และกระทรวงการคลัง เก็บรวบรวมมาได้เป็นของใคร เงินมาจากไหน ก็จะเกิดคำถามตามมาอีก ในที่สุดเราก็ต้องหาวิธีที่ตัวเองรับผิดชอบตัวเองให้ได้ ไม่ว่าจะวิธีการใดหรือวิธีการหนึ่ง เราก็ต้องให้กระทรวงพลังงานหาวิธีการมา