“อรรถวิชช์” แนะปรับสัญญาโครงการ “TH-AI Passport” รัฐจ่ายให้เท่าที่ประชาชนใช้ เพื่อให้ภาครัฐและประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด ย้ำ ห้ามเหมาจ่ายเด็ดขาด หากทำได้ถือว่าคุ้มค่า
วันที่ 22 มิถุนายน 2569 นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับโครงการ TH-AI Passport วงเงิน 1,600 ล้านบาท ที่มีเป้าหมายให้ประชาชน 5 ล้านคน เข้าถึงเครื่องมือ AI หลังกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนตามแนวทางที่ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เสนอ และได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่า ภาครัฐควรจ่ายเงินให้บริษัทผู้ชนะประมูลตามการใช้งานจริงของประชาชน (Pay Per Active User)
นายอรรถวิชช์ กล่าวต่อไปว่า แนวทางดังกล่าวถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของโครงการปัจจุบันที่ยังไม่ได้มีการเบิกจ่ายเงินหลวง และสัญญาเดิมเป็นการจ่ายเงินแบบเหมารายปี หากประชาชนจะเลิกใช้งานกลางคันรัฐก็ยังต้องจ่ายเงินเต็มจำนวนตามสัญญา แต่หากปรับเป็นการคิดค่าใช้จ่ายรายเดือนตามการใช้งานจริง แบบนี้ตรงไปตรงมากว่า “เดือนใดไม่มีการใช้งาน รัฐก็ไม่ต้องจ่ายเงินให้บริษัท” โดยมองว่าหากบริษัทมั่นใจในคุณภาพของโครงการ ก็ควรพร้อมปรับเงื่อนไขเพื่อให้ภาครัฐและประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด
พร้อมเสนอว่า รัฐควรออกแบบการใช้งานให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด โดยให้มหาวิทยาลัยของรัฐเปิดโครงการให้นักศึกษาชั้นปีที่ 1 ประมาณ 200,000 คน เข้ารับการอบรมและเรียนรู้การใช้ AI ผ่านทั้ง 31 โมเดลที่อยู่ในระบบ หากนักศึกษาสามารถใช้งานระบบได้อย่างเต็มศักยภาพ เพียง 1 ภาคการศึกษามูลค่าการใช้งานจะอยู่ที่ประมาณ 2,000 บาทต่อคนต่อเดือนทำให้มีมูลค่าสูง 1,600 ล้านบาทแล้ว ขณะที่หากคำนวณตามเป้าหมายเดิมของโครงการที่มีผู้ใช้ 5 ล้านคนตลอด 1 ปี จะมีต้นทุนเฉลี่ยเพียงประมาณ 27 บาทต่อคนต่อเดือน
...
ทั้งนี้ นายอรรถวิชช์ ยังเผยด้วยว่า สิ่งที่บริษัทกังวลไม่ใช่เพราะจำนวนคนใช้เยอะ แต่เป็นการที่ผู้ใช้สามารถดึงศักยภาพของ AI ทุกโมเดลออกมาใช้งานได้อย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะในภาคการศึกษาซึ่งเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพในการใช้เครื่องมือเหล่านี้ได้คุ้มค่าที่สุด พร้อมย้ำว่า “หากระบบมีคุณภาพและตอบโจทย์ผู้ใช้จริง ย่อมมีผู้สนใจเข้าใช้งานเป็นจำนวนมาก บริษัทผู้ให้บริการก็ควรยอมปรับเงื่อนไขเป็นการคิดค่าบริการตามการใช้งานจริง”