เร่งตรวจตึกเก่าทั่วกรุง จ่อแก้กฎหมายดัดแปลงอาคาร “ชัชชาติ” ลุยยกระดับความปลอดภัยชุมชน ชี้เคยเสนอเข้าสภา กทม. แล้วแต่หมดสมัยก่อน ชวนคนกรุงออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง 28 มิ.ย. นี้
วันที่ 21 มิถุนายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์ถึง กรณีเหตุการณ์อาคารทรุดตัวบริเวณใกล้วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร ถ.พระราม 4 เขตสัมพันธวงศ์ เมื่อวานนี้ (20 มิถุนายน 2569) ว่า ตึกดังกล่าวเป็นอาคารเก่าอายุราว 100 ปี ซึ่งจุดที่ถล่มลงมาคือกันสาด ที่ถือเป็นจุดอ่อนสำคัญของอาคารลักษณะนี้ โดยเหตุการณ์คล้ายคลึงกันเคยเกิดขึ้นมาแล้วบริเวณย่านประตูผี
สำหรับแนวทางการรับมือเบื้องต้น สำนักงานเขตจะต้องเร่งลงพื้นที่สำรวจอาคารเก่าที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะในย่านเมืองเก่า เช่น เยาวราช สัมพันธวงศ์ และพระนคร พร้อมย้ำว่าลำพังเพียงเจ้าหน้าที่รัฐอาจไม่เพียงพอ แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากเจ้าของอาคารด้วย
“ตึกแถวอย่างที่บอกว่ามันมี 400,000 กว่าตึก ตึกแถวเก่าผมเชื่อว่าก็มีเป็นหลักหมื่น ใกล้ๆ แสนเลย เพราะฉะนั้นทั้ง 2 ฝ่ายก็ต้องช่วยกัน เจ้าของอาคารเองก็ควรจะช่วยกันตรวจด้วย แล้วถ้าเกิดมีความไม่มั่นใจก็ควรจะแจ้งไปที่เขต ก็น่าจะทำให้สถานการณ์ดีขึ้นได้”
ขณะเดียวกัน นายชัชชาติ ยังชี้ถึงปัญหาเชิงโครงสร้างที่ทำให้อาคารพาณิชย์และห้องแถวจำนวนมากในกรุงเทพฯ ถูกปล่อยทิ้งจนทรุดโทรม โดยระบุว่า กฎหมายและข้อบัญญัติในปัจจุบันเป็นอุปสรรคต่อการปรับปรุงอาคาร เนื่องจากเจ้าของต้องดำเนินการตามเงื่อนไขหลายด้าน เช่น การจัดหาที่จอดรถหรือทางหนีไฟใหม่ ส่งผลให้หลายคนเลือกไม่ปรับปรุงอาคารและปล่อยให้เสื่อมสภาพต่อไป ดังนั้น ในอนาคตจึงจำเป็นต้องทบทวนและปรับปรุงข้อบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการดัดแปลงห้องแถว เพื่อเปิดทางให้เกิดการฟื้นฟูอาคารเก่าและย่านเมืองอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
...
ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครได้เคยเสนอร่างข้อบัญญัติในประเด็นดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของสภา กทม. มาแล้ว แต่ไม่ทันกระบวนการก่อนสภาหมดวาระ ยืนยันว่าจะผลักดันเรื่องนี้ต่อหากได้รับความไว้วางใจจากประชาชน พร้อมระบุว่า พื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นในยังมีอาคารเก่าและตึกร้างจำนวนมาก เช่น แนวสุขุมวิทและเพชรบุรี ซึ่งแม้จะอยู่ในทำเลศักยภาพใกล้ระบบขนส่ง แต่กลับถูกจำกัดด้วยข้อกฎหมายควบคุมอาคารเดิม ทั้งเรื่องระยะร่น จำนวนที่จอดรถ และข้อกำหนดทางกายภาพที่ไม่สอดคล้องกับสภาพอาคารจริงในปัจจุบัน รวมถึงมาตรฐานความปลอดภัยที่เข้มงวดขึ้น เช่น ระบบดับเพลิง และการคืนพื้นที่สาธารณะริมทาง
“เราเอาเข้าสภา กทม. เมื่อปีที่แล้วไปแล้ว แต่ว่าไม่ทันเพราะสภา กทม. หมดสมัยก่อน ถ้าเราสามารถปรับข้อบัญญัติได้ จะทำให้ห้องแถวเก่ามีโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ ปรับปรุงให้มีความแข็งแรงขึ้น อาจกลับมาเป็นที่อยู่อาศัยหรือร้านค้าได้อีกครั้ง และทำให้กรุงเทพฯ มีพื้นที่เศรษฐกิจเพิ่มขึ้นอีกจำนวนมาก”
อย่างไรก็ตาม ในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง นายชัชชาติ ย้ำถึงพี่น้องชาวกรุงเทพฯ ขอให้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 เวลา 08.00-17.00 น. ให้มากที่สุด และยังระบุด้วยว่า “เผื่อเวลาไว้ เผื่อฝนตก ไปเลือกตั้งก่อน เสร็จแล้วจะไปทำอะไรก็ทำ แต่ว่าไปเลือกตั้งก่อนเลย เพราะไม่รู้ว่าฝนจะตกแค่ไหน อย่าลืมดูหน่วยเลือกตั้งให้ดี ออกไปใช้สิทธิกันให้เยอะๆ เลยครับ เลือกคนที่เราไว้ใจ คนที่เราเชื่อมั่นว่าจะพากรุงเทพฯ ไปในทิศทางที่ดี ทั้งผู้ว่าฯ กทม. และ สก. เพราะว่ามันคือการแสดงพลังในระบอบประชาธิปไตยครับ”