“กรวีร์” ย้ำความเห็นไม่ใช่คำวินิจฉัย หวั่นซ้ำรอยปม ประชามติ ขณะที่ “เพื่อไทย” เสียงแตก หวั่นเลือก สสร.ตรง มีปัญหา
เมื่อวันที่ 21 มิ.ย.2569 นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทองพรรคภูมิใจไทย ในฐานะ ประธานวิปรัฐบาล ให้สัมภาษณ์ กรณีที่คณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองฯวุฒิสภา และฝ่ายค้าน เข้าพบประธานศาลรัฐธรรมนูญ และได้ความเห็นว่าการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สสร. จากประชาชนโดยตรงสามารถทำได้ 100% แต่ไม่สามารถเลือกคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญได้ว่า จริงๆแล้วฝ่ายการเมืองทุกคนอยากเห็นการเลือก สสร.โดยตรงจากประชาชน ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทย ก่อนหน้านี้ก็อยากให้ประชาชนเลือก สสร. แต่การที่สว.และฝ่ายค้านไปที่ศาลรัฐธรรมนูญแล้วได้แนวความเห็นมานั้น
นายกรวีร์ กล่าวด้วยว่า ก่อนหน้านี้เคยมีบทเรียนเกี่ยวกับการทำประชามติ ที่ไปขอความเห็นจากศาลรัฐธรรมนูญมาบอกว่าทำ 2 ครั้ง แต่พอศาลมีคำวินิจฉัยออกมาให้ทำประชามติ 3 ครั้ง ซึ่งเรื่องนี้หากประชาชนเลือกสสร.ได้โดยตรงตนก็เห็นว่าเป็นเรื่องดี แต่เมื่อมันเป็นเพียงความเห็นไม่ใช่คำวินิจฉัย หากทุกคนเดินตามแนวทางนี้แล้วพอถึงเวลามีคนไปร้องศาลรัฐธรรมนูญแล้วศาลคำวินิจฉัยออกมาอีกอย่างว่ากระบวนการไม่ใช่เป็นอย่างที่เข้าใจกันนี้ กลายเป็นการแพ้ฟาวกระบวนการทั้งหมดจะเสียหายไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้น ตนไม่อยากเห็นความพยายามที่เดินหน้ากันแล้วแพ้ฟาว เรามีบทเรียนเรื่องประชามติแล้ว ดังนั้นตนมองว่าสุดท้ายต้องไปดูคำวินิจฉัยล่าสุดของศาลรัฐธรรมนูญในเรื่องนี้ที่ทุกคนเห็นกันอยู่แล้ว ที่บอกว่าการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องเป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ และรัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรงได้ แล้วนำมาปรับใช้เป็นแนวทางที่เหมาะสมน่าจะดีกว่า
...
พท.เสียงแตก หวั่นเลือกสสร.ตรงมีปัญหา
ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่า กรณีที่คณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองฯวุฒิสภาและฝ่ายค้าน เข้าพบประธานศาลรัฐธรรมนูญ และได้ความเห็นว่าการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สสร. จากประชาชนโดยตรงสามารถทำได้ 100% แต่ไม่สามารถเลือกคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรงว่า ทางพรรคเพื่อไทย มีความเห็นต่อเรื่องดังกล่าวแตกเป็น 2 ฝ่าย ฝ่ายหนึ่งมีความเห็นคล้อยตามกับความเห็นของประธานศาลรัฐธรรมนูญ แต่อีกฝ่ายมองว่าความเห็นดังกล่าวเป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของตุลาการเพียงไม่กี่คน ซึ่งไม่ใช่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่จะมีผลผูกพันทุกองค์กร หากจะยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ประชาชนเลือกสสร.ได้โดยตรง ก็สุ่มเสี่ยงจะถูกร้องและถ้ามีคำวินิจฉัยออกมาในทางตรงข้าม การเดินหน้าเรื่องนี้ก็จะเสียเปล่า
ดังนั้นเช้าวันอังคารที่ 23 มิ.ย. ทางแกนนำและคณะผู้บริหารพรรคจะนำเรื่องนี้มาหารือกำหนดแนวทางก่อนการประชุมสส.ที่จะมีขึ้นในช่วงบ่ายแล้วกำหนดเป็นทิศทางการปรับแก้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย ซึ่งทางคณะผู้ร่างก็ยืนยันว่าขอแนวทางการร่างให้ชัดเมื่อได้แนวทางแล้วจะไปดำเนินการให้แล้วเสร็จและสามารถยื่นต่อประธานสภาฯได้ก่อนที่จะมีการประชุมร่วมรัฐสภาฯเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้ต้นเดือนก.ค.แน่นอน