“รัชดา” โต้ข่าวลือรัฐบาลสั่งมอนิเตอร์-เฝ้าระวังสื่อบางสำนัก ยันไร้คำสั่งแทรกแซง พร้อมเปิดใจรับฟังทุกเสียงวิจารณ์ 


วันที่ 20 มิถุนายน 2569 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีมีข่าวลือสะพัดเกี่ยวกับประเด็นเสรีภาพสื่อ โดยกล่าวอ้างว่ารัฐบาลกำลังจับตา มอนิเตอร์ หรือเฝ้าระวังสื่อมวลชนบางสำนักเป็นพิเศษว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง รัฐบาลไม่มีนโยบายปิดกั้นสื่อ ไม่มีคำสั่งแทรกแซง และไม่มีการดำเนินการใด ๆ ที่เป็นการกดดันการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนทั้งสิ้น

นางสาวรัชดายืนยันว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยึดมั่นในหลักการชัดเจนว่า เสรีภาพของสื่อมวลชนคือกลไกสำคัญในระบอบประชาธิปไตย รัฐบาลให้ความเคารพการทำหน้าที่ของสื่อทุกแขนง ทั้งสื่อกระแสหลัก สื่อออนไลน์ และอินฟลูเอนเซอร์ผู้ผลิตเนื้อหาสาธารณะ ที่รายงานอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง ตรวจสอบได้ และคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก

"รัฐบาลไม่มีการแทรกแซงสื่อ ไม่มีการสั่งจับตา ไม่มีการเฝ้าระวังสำนักข่าวใดเป็นพิเศษ และไม่มีการใช้อำนาจรัฐไปกดดันการทำงานของสื่ออย่างแน่นอน ข้อเท็จจริงที่ประชาชนเห็นอยู่ทุกวันนี้คือ สื่อมวลชนยังคงนำเสนอข่าว แสดงความคิดเห็น และวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลได้อย่างต่อเนื่อง หากรัฐบาลมีนโยบายปิดกั้นจริง ภาพการตรวจสอบอย่างเข้มข้นเช่นนี้ย่อมไม่มีทางปรากฏอยู่ในพื้นที่สาธารณะ" โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ

สำหรับกรณีที่เป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เกี่ยวกับการประกาศยุติการออกอากาศของรายการ "เจาะลึกทั่วไทย" กับทาง อ.ส.ม.ท. (อสมท) นั้น นางสาวรัชดาชี้แจงว่า เรื่องดังกล่าวเป็นประเด็นภายใน ไม่มีความเกี่ยวข้องกับการสั่งการหรือการแทรกแซงจากทางรัฐบาลแต่อย่างใด และไม่ได้หมายความว่าหลังจากนี้สื่อหรือผู้ดำเนินรายการจะไม่สามารถตรวจสอบรัฐบาลได้อีก สื่อทุกแขนงยังคงทำหน้าที่ได้ตามปกติภายใต้กรอบความรับผิดชอบต่อสังคม

...

นอกจากนี้ น.ส.รัชดา ยังได้อธิบายถึงความจำเป็นในการ "มอนิเตอร์ข่าว" ของภาครัฐว่า เป็นภารกิจปกติของทุกหน่วยงาน เพื่อให้รัฐบาลได้รับรู้ถึงเสียงสะท้อน ปัญหา ข้อร้องเรียน และข้อวิจารณ์ของประชาชนเพื่อนำมาแก้ไข หากพบข้อมูลที่เป็นข่าวปลอม (Fake News) หรือข่าวบิดเบือน รัฐบาลก็มีหน้าที่เพียงแค่ชี้แจงข้อเท็จจริงกลับไป ไม่ใช่การจำกัดสิทธิ์หรือคุกคามสื่อใดเป็นการเฉพาะ พร้อมตั้งคำถามกลับว่า "หากไม่ให้รัฐบาลติดตามข่าวสารเลย รัฐบาลจะรับรู้ความต้องการของสังคมได้อย่างไร"

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลมุ่งหวังให้บรรยากาศการเมืองไทยเดินไปในทิศทางที่สร้างสรรค์ โดยไม่มองผู้ตรวจสอบหรือสื่อมวลชนเป็นคู่ขัดแย้ง และพร้อมเปิดพื้นที่ให้เกิดการตรวจสอบการทำงานอย่างโปร่งใสต่อเนื่อง เพื่อให้ผลประโยชน์สูงสุดตกอยู่กับประชาชนและประเทศชาติเป็นสำคัญ