“มัลลิกา” หาเสียงตลาดริมบึง เขตหลักสี่ ชูแผนฟื้นเศรษฐกิจแก้ปัญหาเมืองเรื้อรัง นำเทคโนโลยี AI ช่วยแก้จราจร-น้ำท่วม ลั่นผลโพลมาอันดับ 2 แต่มีโอกาสชนะสูงมาก คะแนนหายใจรดต้นคอ “ชัชชาติ” แล้ว
เมื่อเวลา 8.00 น. วันที่ 20 มิถุนายน 2569 ที่ตลาดริมบึง แขวงทุ่งสีกัน–แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 14 ลงพื้นที่พบปะพ่อค้าแม่ค้า ผู้ประกอบการ และประชาชนในย่านตลาดริมบึง ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของเขตหลักสี่และมีประชาชนสัญจรจำนวนมากตลอดทั้งวัน
บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนจำนวนมากเข้ามาทักทาย ขอถ่ายภาพ และสะท้อนปัญหาที่ต้องการให้กรุงเทพมหานครเร่งแก้ไข โดย ดร.มัลลิกา ระบุว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในภารกิจโค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้งที่เหลือเวลาอีกเพียง 7 วัน เพื่อขอคะแนนเสียงจากประชาชนและนำเสนอแนวทางการพัฒนากรุงเทพมหานครภายใต้ยุทธศาสตร์ 14 ด้าน ที่สามารถดำเนินการได้ทันที
...
ดร.มัลลิกา กล่าวว่า สิ่งที่ประชาชนในพื้นที่ให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ คือเรื่องเศรษฐกิจปากท้อง การค้าขาย และค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น จึงผลักดันนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สนับสนุนผู้ค้ารายย่อย ตลาดชุมชน และผู้ประกอบการขนาดเล็กให้สามารถสร้างรายได้และเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจในทุกเขตของกรุงเทพมหานคร
นอกจากนี้ เขตหลักสี่ยังเป็นพื้นที่ที่เผชิญปัญหาเรื้อรังหลายด้าน ทั้งปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณถนนแจ้งวัฒนะ น้ำท่วมซ้ำซาก และจุดเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะ ปัญหาน้ำท่วมขังในช่วงฝนตกหนัก ปัญหาไฟส่องสว่างในชุมชนและทางเดินสาธารณะ ความปลอดภัยของประชาชน รวมถึงการจัดระเบียบพื้นที่สาธารณะให้สามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ดร.มัลลิกา จึงเสนอแนวทางแก้ไขด้วยการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยบริหารจัดการเมือง ไม่ว่าจะเป็นระบบ AI Traffic Real-Time เพื่อแก้ปัญหาการจราจร ระบบ AI Flood Radar เพื่อเฝ้าระวังและบริหารจัดการน้ำท่วมล่วงหน้า การเพิ่มไฟส่องสว่างอัจฉริยะและกล้องวงจรปิดในพื้นที่เสี่ยง รวมถึงการยกระดับบริการสาธารณะให้ประชาชนเข้าถึงได้อย่างรวดเร็วและโปร่งใส
“กรุงเทพฯ ต้องเป็นเมืองที่ประชาชนทุกคนมีโอกาสสร้างรายได้ มีความปลอดภัย และได้รับบริการที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมกันทั้ง 50 เขต หากได้รับความไว้วางใจจากประชาชนพร้อมทำงานทันที ทำเป็น เพื่อให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองแห่งโอกาส เมืองแห่งเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และเมืองที่น่าอยู่สำหรับทุกคน”
ทั้งนี้ ดร.มัลลิกา ได้เชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในวันที่ 28 มิถุนายน 2569 และขอคะแนนเสียงให้หมายเลข 14 เพื่อร่วมกันสร้างการเปลี่ยนแปลงและอนาคตใหม่ให้กับกรุงเทพมหานครต่อไป
“ขณะนี้ผลสำรวจคะแนนนำมาเป็นอันดับสองแต่ไม่ได้ห่างอย่างที่นักวิชาการทำผลสำรวจโดยปัจจุบันมีโอกาสชนะสูงมากคะแนนหายใจรดต้นคอเลย จึงขอให้ทุกคนที่จะกาเบอร์ 14 อยู่แล้วขอให้เชื่อมั่นและไปขอคะแนนจากเพื่อนและครอบครัวมาอีกจากหนึ่งคนไปขอเพิ่มอีกสี่คนมั่นใจว่าชนะขาด”