“ธนกร” สวน “ศิริกัญญา” จัด 30 ขุนพลถล่มงบ 70 ท้าเปิดหลักฐาน อย่าสาดโคลนแล้วลอยตัว เหน็บพูดความจริงครึ่งเดียวหวังตีกิน 


วันที่ 20 มิถุนายน 2569 นายธนกร วังบุญคงชนะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ระบุว่าเตรียมส่งทีมอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 และ พ.ร.บ.โอนงบประมาณปี 2569 ไว้ราว 30 คน ว่า หากฝ่ายค้านอภิปรายด้วยหลักการและเหตุผล ถือเป็นเรื่องดีที่จะช่วยตรวจสอบการใช้งบประมาณของรัฐบาลให้โปร่งใสและคุ้มค่าที่สุด แต่หากไม่มีข้อผิดพลาดก็ควรสนับสนุนเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ

นายธนกร กล่าวต่อว่า ไม่อยากให้ฝ่ายค้านเอะอะก็อ้างว่ามีความพยายามดิสเครดิต หรือตีกินป่าวประกาศกว้าง ๆ ว่ารัฐบาลสุ่มเสี่ยงต่อการทุจริตคอร์รัปชัน เพราะหากมีหลักฐานชัดเจนก็ควรนำมาเปิดเผยและใช้ช่องทางกฎหมายดำเนินการ ไม่ใช่พูดลอย ๆ สาดโคลนใส่รัฐบาลเพื่อความสนุกเอามันแล้วเงียบหายไปโดยไม่รับผิดชอบ

ส่วนกรณีที่นางสาวศิริกัญญา วิจารณ์สภาวะงบประมาณของรัฐบาลว่าเข้าขั้น “ฝีแตก” และรายจ่ายประจำพุ่งสูงแต่งบลงทุนต่ำลงนั้น นายธนกร ตอกกลับว่า การพูดแบบไม่รับผิดชอบนั้นทำได้ง่าย ทั้งที่ฝ่ายค้านก็รู้แก่ใจดีว่าปัญหารายจ่ายประจำพุ่งสูงไม่ได้เพิ่งมาเกิดขึ้นในรัฐบาลชุดนี้ ควรให้ความเป็นธรรมกับรัฐบาลด้วย ไม่ใช่หวังจะหาเสียงด้วยการ “พูดความจริงเพียงครึ่งเดียว” จนทำให้ประชาชนเกิดความสับสน ซึ่งพฤติกรรมแบบนี้มีแต่จะทำให้พรรคฝ่ายค้านด้อยค่าตัวเองลงไป

“ที่บอกว่ารัฐบาลฝีแตกหรือปิดบังแผลเรื้อรังนั้น ฝ่ายค้านกำลังเข้าใจผิดอย่างสิ้นเชิง รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไม่เคยปิดบังอะไรประชาชน แต่วันนี้รัฐบาลกำลังทำหน้าที่เป็น “หมอ” เพื่อรักษาฝีหรือแผลเรื้อรังที่สะสมมานานให้หายดีโดยเร็วที่สุด ซึ่งอาจต้องใช้เวลาบ้าง แต่สุดท้ายทุกอย่างจะค่อย ๆ ดีขึ้นแน่นอน” นายธนกร ระบุ

...

อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ยังได้หยิบยกดัชนีชี้วัดทางเศรษฐกิจระดับสากลขึ้นมาตอกย้ำความเชื่อมั่น โดยระบุว่า ล่าสุดสถาบัน IMD ได้ปรับอันดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยขึ้นถึง 4 อันดับ ขณะเดียวกันสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลกอย่าง S&P ก็ยังคงอันดับความน่าเชื่อถือของไทยไว้ในระดับเดิม สิ่งเหล่านี้คือหลักฐานเชิงประจักษ์ที่สะท้อนว่านานาประเทศยังคงเชื่อมั่นในเสถียรภาพและศักยภาพของประเทศไทย ซึ่งจะส่งผลให้นักลงทุนและนักท่องเที่ยวทยอยเดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงต้องขอขอบคุณประชาชนที่เชื่อมั่นและร่วมมือกับรัฐบาลในการขับเคลื่อนประเทศไปด้วยกัน