“อดีตปลัดจังหวัดภูเก็ต” สู้กลับ เดินเกมยื่นฟ้อง “อธิบดีปกครอง” ผิดม.157 ไม่วางตัวเป็นกลางทางการเมือง ปมไลน์หลุด “ช่วยน้ำเงินด้วย” พร้อมสั่งย้ายไปช่วยราชการ ทั้งที่ไม่มีเหตุอันควร
วันที่ 20 มิ.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร อดีตปลัดจังหวัดภูเก็ต ที่ถูกสั่งย้ายจากกรณีไลน์หลุด “ช่วยน้ำเงินด้วย” ได้ยื่นฟ้องนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง อดีตผู้บังคับบัญชา ต่อศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 ในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เมื่อช่วงต้นเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา
โดยเนื้อความในคำฟ้องระบุว่า นายนฤชา เป็นอธิบดีกรมการปกครอง เป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย ขณะที่พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน กำหนดให้ต้องวางตัวเป็นกลางทางการเมือง และมีระเบียบห้ามสำคัญไว้ในระยะเวลาที่มีการรับสมัครเลือกตั้ง ต้องไม่แสดงออกโดยตรง หรือโดยปริยายช่วยเหลือผู้สมัครเลือกตั้งใด และวางตัวเป็นกลางตามรัฐธรรมนูญ แต่หลังการประกาศกำหนดวันรับสมัครเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2568 โจทก์ได้รับคำสั่งจากจำเลยให้รายงานสถานการณ์ความเคลื่อนไหวและข้อมูลการเลือกตั้งในจ.ภูเก็ต
ต่อมาวันที่ 8 มกราคม 2569 เวลา 20.46 น. โจทก์ได้รายงานตัวต่อผู้บังคับบัญชา และเพิ่มเพื่อนในไลน์บัญชี อธิบดีนฤชา ที่ผูกกับหมายเลขโทรศัพท์ 092-xxx-xxxx และได้รายงานข้อมูลติดต่อสื่อสารกันมาตลอด และได้ส่งสำเนารายงานสถานการณ์เลือกตั้ง ในวันที่ 9 มกราคม 2569 ต่อมาวันเดียวกัน เวลา 08.05 น. นายนฤชา ส่งข้อความผ่านไลน์ ระบุคำว่า “ช่วยน้ำเงินด้วย” ซึ่งรู้กันดีว่าน้ำเงินหมายถึงพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง จึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และไม่ได้วางตัวเป็นกลางทางการเมือง
...
ถือเป็นการสั่งการในฐานะผู้บังคับบัญชา เพื่อให้ฝ่ายปกครองใช้อำนาจหน้าที่หรือกลไกราชการเอื้อประโยชน์แก่พรรคการเมือง อันขัดกับหลักการความเป็นกลางทางการเมืองของเจ้าหน้าที่รัฐ และเป็นการใช้ตำแหน่งหน้าที่ราชการโดยมิชอบ
การกระทำดังกล่าวขัดต่อกฎหมาย ขัดต่อระเบียบราชการ และทำลายความเที่ยงธรรมของการเลือกตั้ง ซึ่งโจทก์ไม่ได้ปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าว ยังปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง ซึ่งแม้พรรคการเมืองที่ขอให้ช่วยจะแพ้เลือกตั้ง แต่ความเสียหายเกิดขึ้นต่อระบบราชการแล้ว และหลังเลือกตั้ง จำเลยมีพฤติการณ์ตอบโต้ กลั่นแกล้ง ใช้อำนาจโดยมิชอบ สั่งย้ายไปช่วยราชการที่วิทยาลัยการปกครอง โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร และระหว่างปฏิบัติหน้าที่ก็ได้ทำหน้าที่ยึดผืนป่าริมหาด 65 ไร่ ดำเนินคดี 23 คดี แต่กลับถูกกลั่นแกล้ง สร้างข้อกล่าวหาเรื่องการร้องเรียนของสถานบันเทิง การกระทำของจำเลยจึงมีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ