นายกฯเตรียมกดปุ่มคิกออฟ “Thailand FastPass” 23 มิ.ย. ปลดล็อกระเบียบรัฐ ล่อเม็ดเงินแสนล้านลงระบบ ดันอันดับลงทุนไทยพุ่ง 6 อันดับ
วันที่ 23 มิถุนายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดงาน “Thailand FastPass เพื่อเร่งรัดการลงทุน” และประกาศเดินหน้ามาตรการขั้นเด็ดขาดในการขจัดอุปสรรคและขั้นตอนทางกฎหมายของภาครัฐ หวังขับเคลื่อนโครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนแล้วให้เกิดเม็ดเงินลงทุนจริงในประเทศโดยเร็วที่สุด
โดยงานดังกล่าวจะมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง ในฐานะประธานบอร์ดและผู้กำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ), นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการบีโอไอ พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องอีก 8 หน่วยงาน และตัวแทนบริษัทเอกชนรายใหญ่ที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้าสู่โครงการ เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง
ด้าน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า โครงการ “Thailand FastPass” ที่กำลังจะเปิดตัวในวันอังคารนี้ ถือเป็นกลไกสำคัญที่รัฐบาลตั้งใจแสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความเฉียบขาดในการทลายข้อจำกัดทางกฎหมายและการอนุมัติอนุญาตของภาครัฐ โดยเป็นการต่อยอดความสำเร็จมาจากโครงการ “BOI Fast Pass” ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งพิสูจน์แล้วว่า การบูรณาการระบบทำงานร่วมกันของหน่วยงานรัฐ สามารถกระตุ้นและดึงดูดเม็ดเงินลงทุนตรงจากต่างประเทศ (FDI) ให้เกิดขึ้นจริงได้อย่างรวดเร็วโดยที่รัฐไม่ต้องสูญเสียหรือควักงบประมาณแผ่นดินมาใช้แม้แต่บาทเดียว
“นโยบายเชิงรุกที่เน้นความรวดเร็ว (Fast) ในการขับเคลื่อนนี้ ส่งผลบวกโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ สะท้อนได้จากผลการจัดอันดับระดับโลกของสถาบัน IMD ล่าสุด ที่พบว่าคะแนนด้านการส่งเสริมการลงทุนระหว่างประเทศ (International Investment) ของประเทศไทย ขยับตัวดีขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 6 อันดับ จากอันดับที่ 30 ขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 24 และในระยะต่อไป รัฐบาลจะนำโมเดลนี้ไปขยายผลทำงานร่วมกับภาคเอกชนผ่านคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน (กรอ.) เพื่อยกเครื่องประสิทธิภาพการทำงานในระยะยาว” นายเอกนิติ กล่าว
...
ขณะที่แหล่งข่าวระดับสูงจากบอร์ดบีโอไอ ระบุว่า ที่ผ่านมา นายเอกนิติ ได้เรียกประชุมติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด โดยเน้นการปลดล็อกอุปสรรคสำคัญ 2 ด้านที่นักลงทุนเรียกร้องมากที่สุด คือ ระบบไฟฟ้า/พลังงานสะอาด และการจัดหาพื้นที่รองรับการลงทุน โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 6 พ.ค. 2569 บอร์ดบีโอไอได้ไฟเขียวอนุมัติโครงการลงทุนสำคัญเข้าสู่ระบบเร่งรัด Thailand FastPass ในล็อตที่ 2 เพิ่มอีก 9 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 52,104 ล้านบาท ต่อเนื่องจากล็อตแรกเมื่อเดือน มี.ค. ที่อนุมัติไปแล้ว 16 โครงการ ส่งผลให้ปัจจุบันมีโครงการยักษ์ใหญ่เข้าสู่ระบบฟาสต์แทร็กนี้แล้วทั้งสิ้น 25 โครงการ คิดเป็นมูลค่าเงินลงทุนรวมสูงถึง 223,216 ล้านบาท
ทั้งนี้ ทุกโครงการที่ได้รับเลือกเข้าสู่ระบบ Thailand FastPass จะได้รับสิทธิพิเศษในการเร่งรัดกระบวนการพิจารณา ออกใบอนุญาต และประสานงานอย่างรวดเร็วเป็นกรณีพิเศษจากหน่วยงานพันธมิตรหลัก อาทิ บีโอไอ, กรมโรงงานอุตสาหกรรม, การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.), สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.), กรมศุลกากร และหน่วยงานรัฐวิสาหกิจด้านการไฟฟ้า เพื่อให้โรงงานและธุรกิจสามารถเริ่มต้นเดินเครื่องได้ทันที
สำหรับภาพรวมโครงการลงทุนขนาดใหญ่ในประเทศไทยช่วงปี 2566-2568 มีจำนวนทั้งสิ้น 78 โครงการ มูลค่ารวม 4.8 แสนล้านบาท แบ่งเป็น 35 โครงการ (มูลค่า 1 แสนล้านบาท) ที่เริ่มลงทุนไปแล้ว และอีก 30 โครงการ (มูลค่า 1.1 แสนล้านบาท) มีแผนเริ่มลงทุนชัดเจนภายในปี 2569-2570 ขณะที่อีก 13 โครงการสุดท้าย ซึ่งมีมูลค่ามหาศาลสูงถึง 2.7 แสนล้านบาท ยังคงติดขัดปัญหาเรื่องที่ดินและใบอนุญาตต่าง ๆ ซึ่งรัฐบาลคาดหมายว่า กลไก "Thailand FastPass" จะเข้ามาช่วยทลายท่อตันของอุปสรรคทั้งหมดนี้ และจะผลักดันให้เกิดเม็ดเงินลงทุนหมุนเวียนจริงในระบบเศรษฐกิจไทยเพิ่มอีกกว่า 3.5 แสนล้านบาท ภายในปี 2570 แน่นอน