“โรม” ปราศรัยเดือด ลั่น พรรคส้มคือฝันร้ายทุนเทา-คนโกง บอกถูกจ้องทำลาย ถึงขั้นกรุเรื่องไม่จริงแถลงข่าวใส่ความ ถาม 4 ปีมีความเปลี่ยนแปลงหรือโกงเนียนขึ้น ย้ำ DNA ปชน. ไม่ยอมจำนนต่อคอร์รัปชัน 


วันที่ 20 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน ที่ตลาดดอกไม้ปากคลองตลาดใหม่ ถนนพรานนก–พุทธมณฑลสายสี่ พรรคประชาชนจัดเวทีปราศรัยใหญ่ ช่วงใกล้โค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้ขึ้นปราศรัยช่วงหนึ่ง ว่า ความฝันเป็นเรื่องสำคัญ เพราะความฝันถ้าเราไม่มีก็ไม่มีความเปลี่ยนแปลง ถ้าแม้แต่ความฝันที่จะจินตนาการว่าประเทศที่เราอยู่เมืองที่เราอาศัยยังไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ นั่นหมายความว่าเราจะจมปลักอยู่แต่ที่เดิม

ตนเป็นคนภูเก็ตและมาอยู่กรุงเทพฯครึ่งหนึ่งของชีวิตมาครึ่งหนึ่งของชีวิต ตนเป็นคนหนึ่งที่ได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขไปกับพี่น้องกรุงเทพมหานคร สิ่งหนึ่งที่ทำให้ตนมาทำงานการเมืองคืออยากเห็นการแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน วันนี้เราต้องยอมรับความเป็นจริงว่าการทุจริตคอร์รัปชันมันเต็มไปทุกแห่ง เราต้องยอมรับความจริงว่าเงินภาษีประชาชน ถูกใช้เพื่อหัวคิว ถูกใช้เพื่อแสวงหาประโยชน์ของบางคน และปัญหาการทุจริตแบบนี้มันไม่ได้มีแค่เฉพาะการเมืองระดับชาติ แต่มีในกรุงเทพมหานคร

“เวลาที่พูดถึงพรรคประชาชนพรรคสีส้ม เขาบอกว่ามันเป็นพรรคการเมืองที่ร้อนแรง เป็นพรรคการเมืองที่ไม่ว่าทุนสีเทาข้าราชการที่คดโกง บรรดานักการเมืองที่ทุจริต คนใด ๆ จากไหนก็แล้วแต่ไม่ว่าอาชีพอะไรล้วนเกรงกลัวและกังวล ว่าถ้าพวกนี้พรรคการเมืองนี้ มีอำนาจเมื่อไหร่ เดี๋ยวมันจะมีความเปลี่ยนแปลงนี่คือ DNA ของพวกเรา” 

...

นายรังสิมันต์ ยังกล่าวว่า ย้อนกลับไปตั้งแต่ตอนลงสมัครเลือกตั้งในนามพรรคอนาคตใหม่ สิ่งที่ตนสัมผัสได้ โดยตลอดคือพรรคการเมืองสีส้มพรรคนี้ไม่เคยเป็นที่ต้อนรับของบรรดาเจ้าของสัมปทาน ที่อาศัยการสัมปทานเงินภาษีประชาชนหักหัวคิวเข้ากระเป๋าตัวเองเลย นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมชนชั้นนำคนที่ได้ประโยชน์จากระบบแบบนี้เขาจึงต้องทำทุกทางให้พรรคการเมืองนี้มีอำนาจไม่ได้ 

“มันไม่ใช่แค่การเมืองระดับชาติ ไม่ใช่แค่การเมืองระดับท้องถิ่น แต่ไม่ว่าการเมืองใด ๆ เขาจะไม่มีวันยอมให้พวกเราเข้าไปมีอำนาจ เขาจะทำทุกหนทาง แม้ว่าการแถลงข่าว จะใช้เจ้าหน้าที่ออกมาแถลงในลักษณะที่ไม่เป็นความจริง ไม่ว่าจะเป็นการกรุเรื่องขึ้นมาเป็นการใส่ความต่าง ๆ เขาก็พร้อมที่จะทำเพื่อทำให้พรรคการเมืองนี้ถูกทำลายให้ได้”

นายรังสิมันต์ ปราศรัยต่อว่า พรรคการเมืองนี้ต้องทำหน้าที่ในการเปลี่ยนแปลงการเมืองทุกระดับ เราต้องมี DNA ของพรรคการเมืองของคนที่ไม่ยอมจำนนต่อการทุจริตต่อระบบการเมืองแบบเดิม ๆ อีกแล้ว ต้องไม่ยอมจำนนต่อการเมืองที่เต็มไปด้วยการทุจริตคอร์รัปชัน ดังนั้นการเลือกตั้งครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การเลือกผู้ว่าฯและ สก. มันคือการบอกว่าประเทศนี้กรุงเทพฯตรงนี้จะไม่ยอมอีกแล้วกับการหักหัวคิวและการทุจริต 4 ปีที่แล้วเรามีความหวัง เพราะรู้สึกว่าแม้พรรคส้มจะไม่ได้ผู้ว่าฯแต่ก็เห็นความเปลี่ยนแปลง  ขอถามตรง ๆ กรุงเทพฯวันนี้ดีขึ้นกว่านี้ได้หรือเปล่า กรุงเทพฯวันนี้ง่ายกว่านี้ได้หรือเปล่า 

หนึ่งในปัญหาที่ถูกหยิบยกโดยตลอดคือการทุจริตคอร์รัปชันตนถามว่า 4 ปีที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ปัญหาการทุจริตมันเบาลงจริงหรือไม่ ลองไปถามผู้รับเหมาดูว่ายังจ่ายใต้โต๊ะอยู่หรือเปล่า หรือความเป็นจริงแล้วสิ่งที่เราเห็นการเปลี่ยนแปลงตลอด 4 ปีที่ผ่านมาคือโกงกันแนบเนียนมากขึ้น หักหัวคิวกันดูสะอาดขึ้น เป็นการทุจริตอย่างมีศีลธรรมขึ้น เราจะอยู่กันอย่างนั้นหรือ สิ่งที่ตนนำเสนอวันนี้จึงไม่ใช่แค่การเลือกตั้งกรุงเทพฯ หรือผู้ว่าฯและ สก. แต่วันนี้คือการเติมวัคซีน ต่อต้านทุจริตให้กับการเมืองระดับท้องถิ่นที่ชื่อว่าพรรคประชาชน

“เขากลัวพวกเรา เขากลัวและเขาทำทุกหนทางผมว่าการแถลงข่าวในวันนี้เป็นหลักฐานชั้นดีที่ยืนยัน ว่ามีกระบวนการทุกรูปแบบในการทำลายพรรคการเมืองนี้ แล้วเราจะยอมให้พรรคการเมืองนี้ถูกทำลายเหรอครับ ถ้าไม่ยอมไม่ใช่แค่ชอบเรา ไม่ใช่แค่เลือกเรา แต่ต้องทำให้พรรคประชาชนสามารถแปะธงในกรุงเทพฯให้ได้”

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ครั้งที่แล้วเราได้ สก.มาจำนวนหนึ่ง ไม่ได้เสียงข้างมากยังเอาข้อมูลออกมาแฉ มีการอภิปราย แล้วลองคิดดูว่าทีมพรรคประชาชนใหญ่ขนาดนี้ ประกอบไปด้วยคนมีความรู้ความสามารถทำงานคู่กับ สส. อีก 33 คน กรุงเทพฯเปลี่ยนแน่นอน การแก้ปัญหาทุจริตในกรุงเทพฯเกิดขึ้นได้ ทั้ง ๆ ที่ผ่านมามันแนบเนียนกว่าเดิม รับรองเราจะแก้ปัญหาทุจริตระดับประเทศไปด้วย 

หัวหน้าพรรคตนเคยถามว่าถ้าเราจะปราบทุจริต ที่ได้ผลจริง ๆ ต้องทำอย่างไร หลายคนอาจบอกว่าส่งคดีไปที่ ป.ป.ช. ไหม ก็น่าจะใช้เวลาอีกหลายปี ในข่าวว่ามีนักการเมืองเป็นผู้ว่าฯหรือไม่ไม่แน่ใจ บอกว่าให้ส่งคดีไป ป.ป.ช. เลย ถ้าทำได้แค่นี้อย่าทำ สูตรที่จะใช้ในการปรับปรุงได้จริง นั่นคือการจัดการกับการฟอกเงินเพราะคนเหล่านี้ทำเพื่อหาตังค์ แต่ถ้าตังค์เหล่านั้นใช้ไม่ได้เลย การทุจริตตายแน่นอน แล้วจะมีพรรคการเมืองไหน ที่จะเอาเรื่องการฟอกเงินมาจัดการกับข้าราชการเทา ๆ นักการเมืองเทา ๆ หรือแม้แต่ สก. เทา ๆ มันมีแต่พรรคการเมืองนี้