รัฐบาลเตรียมถกเอกชน ตั้ง กรอ. ประชุมนัดแรกจันทร์หน้า เร่งเดินหน้าปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานและเศรษฐกิจระยะยาว ชูจุดแข็งแก้จุดอ่อนวิกฤตพลังงาน จ่อเปิดตัว Thailand Fast Pass


วันที่ 19 มิ.ย. 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงภาพรวมเศรษฐกิจและผลการจัดอันดับของประเทศไทยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ S&P Global Ratings หรือ S&P ได้ยืนยันคงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยที่ระดับ BBB+ พร้อมมุมมองความน่าเชื่อถือที่ระดับมีเสถียรภาพ ขณะที่สถาบัน International Institute for Management Development หรือ IMD ได้ปรับอันดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทยดีขึ้น 4 อันดับ มาอยู่ที่อันดับ 26 จากเดิมอันดับ 30 จากทั้งหมดประมาณ 70 ประเทศ โดย IMD ระบุถึงว่า ไทยมีจุดแข็งของด้านเสถียรภาพต่างประเทศที่มีทุนสำรองระหว่างประเทศสูงถึง 3 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งมากกว่าหนี้ต่างประเทศระยะสั้นเกิน 2.5 เท่า ตลอดจนเสถียรภาพในประเทศที่มีอัตราการว่างงานต่ำ นอกจากนี้ยังมีความเชื่อมั่นด้านการลงทุนที่ปรับตัวดีขึ้น สอดคล้องกับการดำเนินมาตรการ Thailand FastPass ของ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ รวมถึงเสถียรภาพของรัฐบาลซึ่งมีส่วนสำคัญที่จะช่วยเอื้อให้เกิดการปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจได้มากขึ้น


อย่างไรก็ตาม IMD ได้ระบุถึงจุดอ่อนของประเทศที่ต้องเร่งแก้ไข ได้แก่ ด้านโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะการพึ่งพาพลังงานที่ไทยอยู่ในอันดับ 67 ซึ่งการนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในระดับสูงเกือบร้อยละ 10 ของจีดีพี ส่งผลกระทบให้ดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลในช่วงที่ผ่านมา เป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องเร่งปฏิรูป รวมถึงปัญหาด้านประสิทธิภาพและทักษะแรงงาน ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุขและการศึกษาที่ยังมีอันดับไม่ดีนัก โดยรัฐบาลได้มีโครงการไทยช่วยไทยพลัสที่นำผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วยเพิ่มทักษะแรงงานและโครงการทักษะเชื่อมโยงของบีโอไอเพื่อรองรับความต้องการในอนาคต

...


ทั้งนี้ รัฐบาลได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ หรือ กรอ. ซึ่งจะเริ่มประชุมนัดแรกในวันจันทร์ที่ 22 มิถุนายนนี้ โดยมีนายกรัฐมนตรีนั่งเป็นประธาน เพื่อร่วมกันหาทางออกแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ หารือถึงการขับเคลื่อนและปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานระยะยาว ทั้งด้านพลังงาน การศึกษา การเปิดตลาดใหม่ และการแก้ไขกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุน การประชุม กรอ.ชุดนี้ ได้เชิญนายกสมาพันธ์เอสเอ็มอีเข้าร่วมหารือด้วย ซึ่งแตกต่างจากที่ผ่านมา เพื่อให้การเติบโตทางเศรษฐกิจกระจายไปสู่ผู้ประกอบการรายย่อย โดยมีแผนเตรียมหารือเรื่องการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและการเพิ่มผลิตภาพ ซึ่งบีโอไอได้อนุมัติกองทุนเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน เพื่อให้สินเชื่อแก่เอสเอ็มอีในการปรับโครงสร้าง เปลี่ยนเครื่องจักร และปรับตัวสู่การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน 

นอกจากยังพร้อมสนับสนุนการทำ Local Content เพิ่มแต้มต่อ ซึ่งจะเน้นเรื่อง Made in Thailand มากขึ้น โดยต้องจับมือกับภาคเอกชน กระทรวงการคลังกำลังเตรียมโครงการมาตรการพี่ช่วยน้อง เพื่อดึงเอสเอ็มอีเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีสมัยใหม่ รวมถึงการปรับยุทธศาสตร์ดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศให้มีการใช้วัตถุดิบในประเทศมากขึ้น ขณะที่ด้านกำลังคนและแรงงาน และด้านการแก้ไขกฎระเบียบ โดยยกตัวอย่างความสำเร็จของโครงการ Thailand Fast Pass ที่พิสูจน์แล้วว่าการแก้ไขปัญหาด้านกฎระเบียบสามารถช่วยส่งเสริมการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และในวันอังคารที่ 23 มิ.ย. 2569 จะมีการเปิดตัวโครงการ Thailand Fast Pass อย่างเป็นทางการ เพื่อแสดงศักยภาพของประเทศไทยให้เห็นเป็นรูปธรรมด้วย


ในส่วนของโครงการแลนด์บริดจ์จะมีการประชุมในวันศุกร์หน้า(26 มิ.ย.69) ซึ่งจะดูและรับฟังความคิดเห็นในทุกมิติ ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ สังคม และชุมชน ขณะที่เรื่องการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ บีโอไออยู่ระหว่างการทบทวนยุทธศาสตร์เพื่อผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางด้านข้อมูลและคลาวด์เซอร์วิสเพื่อให้คนไทยเข้าถึงบริการได้ในราคาถูกลง ควบคู่ไปกับการป้องกันปัญหาการแย่งใช้ทรัพยากรน้ำและไฟฟ้าในประเทศ โดยอาจพิจารณาให้ผู้ลงทุนทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าพลังงานสะอาดโดยตรงเพื่อเสริมความมั่นคง ทั้งนี้ รัฐบาลไม่ได้มุ่งเน้นเพียงตัวเลขการเติบโตของจีดีพีระยะสั้นในปีนี้ แต่ให้ความสำคัญกับการรักษาจุดแข็งด้านเสถียรภาพ กำจัดจุดอ่อนด้านพลังงานและกฎระเบียบ โดยเตรียมหารือใน กรอ. เพื่อกำหนดแผนดำเนินงานระยะสั้น 6 เดือน ระยะ 1 ปี และเป้าหมายการยกระดับประเทศในระยะ 4 ปี


“หัวใจสำคัญวันนี้ คือผมไม่ได้เน้นเรื่องเศรษฐกิจไทยในระยะสั้นเลย GDP ปีนี้ไม่ใช่เป้าหมาย คือเราต้องทำให้ดีขึ้น ให้โต ให้โตมากกว่า 2% แต่วันนี้หนึ่งในหัวใจสำคัญ คือเราต้องรักษาจุดแข็ง “เรื่องเสถียรภาพ” กำจัดจุดอ่อน คือเรื่องพลังงาน โดยเฉพาะที่เราเป็นอันดับเกือบสุดท้าย คือการพึ่งพาพลังงาน จึงต้องเน้นเรื่องการเปลี่ยนผ่านพลังงาน, เรื่องแรงงาน กำจัดจุดอ่อนเรื่องทักษะของคน เรื่องกฎกติกาที่มันวุ่นวายยุ่งยากกับนักลงทุนและคนระดับนักธุรกิจ กำจัดจุดอ่อน เสริมจุดแข็ง แล้วก็มองที่ Rating ทั้งหลายที่เขามองเราดีขึ้น ก็มองเป็นกำลังใจ แต่มองที่เขาคอมเมนต์ด้วยเป็นแนวทาง เป็นการบ้าน ก็เปลี่ยนกำลังใจให้เป็นการบ้าน เดี๋ยววันจันทร์จะตกลงร่วมกับ กรอ. ภาครัฐ เอกชน ผมตั้งใจจะบอกว่าจะมีเป้าไม่ใช่ GDP ในปีนี้ แต่คืออีก 4 ปี ที่เราจะยกระดับประเทศไปถึงไหน”


ด้านนายสันติธาร เสถียรไทย ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง กล่าวเสริมว่า เรื่องเสถียรภาพมีความสำคัญอย่างมากในบริบทโลกปัจจุบันที่มีความผันผวนสูง โดยเฉพาะทิศทางอัตราดอกเบี้ยโลกที่ธนาคารกลางสหรัฐอเมริกาส่งสัญญาณว่าการลดดอกเบี้ยอาจสิ้นสุดลง ขณะที่หลายประเทศเพื่อนบ้านต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อดูแลไม่ให้ค่าเงินอ่อนค่า การที่ประเทศไทยมีเสถียรภาพทำให้ไม่ต้องถูกบีบบังคับให้ดำเนินนโยบายที่ไม่เหมาะสมกับเศรษฐกิจในประเทศ อย่างไรก็ตาม การมีเสถียรภาพเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ แต่ต้องนำมาใช้สร้างเรื่องราวการเติบโตใหม่ให้แก่ประเทศ ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงการเปลี่ยนผ่านทางอุตสาหกรรมที่สำคัญ โดยมีความจำเป็นต้องเข้าร่วมในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น ดาต้าเซ็นเตอร์และยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อไม่ให้ตกขบวน แต่โจทย์สำคัญคือการทำให้อุตสาหกรรมเหล่านี้สามารถยกระดับและดึงให้คนไทยรวมถึงผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศอุตสาหกรรมใหม่นี้ได้อย่างแท้จริง