“ลิซ่า ภคมน” จี้รัฐบาลเคลียร์จุดยืนแลนด์บริดจ์ เห็นบทเรียน EEC ยังยืนยันเดินหน้า พ.ร.บ.SEC อยู่หรือไม่ ย้ำ ต้องยึดผลประโยชน์ประชาชนเป็นที่ตั้ง ด้าน “สรรเพชญ” แจงแลนด์บริดจ์ยังรอผลการศึกษา
วันที่ 18 มิถุนายน 2569 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน ตั้งกระทู้ถามทั่วไปเรื่องความชัดเจนของเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ชี้แจง โดย น.ส.ภคมน กล่าวว่า เป็นที่ทราบกันดีว่าโครงการแลนด์บริดจ์ (Land Bridge) จะเกิดขึ้นภายใต้กฎหมายพิเศษที่ชื่อว่า พระราชบัญญัติระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ หรือ SEC สิ่งที่ตนจะถามในวันนี้คือ ความชัดเจนของกฎหมายดังกล่าว พรรคภูมิใจไทยได้เสนอเข้ามา 2 ร่างในสภาฯ ชุดที่แล้ว ซึ่งเมื่ออ่านแล้วก็พบว่าเนื้อหานั้นแทบไม่ได้แตกต่างกัน นอกจากนี้ ในช่วงที่มีการผลักดันโครงการดังกล่าวก็มีการวิพากษ์วิจารณ์เรื่อง พ.ร.บ. SEC และมีการชำแหละร่างกฎหมายดังกล่าว ทำให้ประชาชนเข้าใจมากขึ้น
สำหรับ พ.ร.บ. SEC จะมีบอร์ดสำคัญเข้าไปอนุมัติอนุญาตให้โครงการดังกล่าวเกิดขึ้น ซึ่งประชาชนทุกคนรู้ทันหมดแล้วว่าต้องมี พ.ร.บ.ดังกล่าวก่อนที่โครงการจะเกิดขึ้น ตนขออ้างอิงข่าวที่ นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ประธานคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) ได้ให้ความเห็นไว้เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ว่า พ.ร.บ. SEC ทั้ง 2 ฉบับ ที่ยื่นตั้งแต่สภาฯ ชุดที่แล้ว ครม. ไม่ได้มีการยืนยันกฎหมายกลับเข้ามาสภาฯ โดยนายกรวีร์ กล่าวว่าร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว กับโครงการแลนด์บริดจ์เป็นคนละเรื่องกัน ทางพรรคภูมิใจไทยมีการพิจารณาร่างกฎหมายใหม่ที่เกี่ยวข้องกับการสนับสนุนการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ในภาคใต้ เพื่อยื่นเข้าสู่สภาฯ อีกครั้ง
...
ตนจึงขอถามว่าสรุปแล้ววันนี้จุดยืนในการพัฒนาภาคใต้เป็นอย่างไร ยังจะมีการยื่น พ.ร.บ. SEC ฉบับใหม่ตามที่กรวีร์ได้ให้สัมภาษณ์ไว้หรือไม่ คำสัมภาษณ์ดังกล่าวมีน้ำหนัก เพราะอยู่ในฐานะวิปรัฐบาล และเหตุใดโครงการแลนด์บริดจ์ถึงไม่เกี่ยวข้องกับ SEC รัฐมนตรีจะจัดวางความสัมพันธ์ของทั้ง 2 เรื่องนี้อย่างไร ระหว่างการออกกฎหมายพัฒนาภาคใต้แบบใหม่ของพรรคภูมิใจไทยกับรัฐบาลชุดนี้
นายสรรเพชญ ชี้แจงว่า การพัฒนาดังกล่าวไม่ใช่เรื่องใหม่ เช่นเดียวกับระเบียงเศรษฐกิจในภาคอื่นของประเทศ โดยร่าง พ.ร.บ. SEC จะต้องเข้าสู่สภาฯ เพื่อให้มีการเห็นชอบต่อไป สำหรับนโยบายของรัฐบาลในปัจจุบันต่อโครงการดังกล่าว ครม. มีมติให้กระทรวงคมนาคมบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน ในการกำหนดแนวทางการขับเคลื่อนโครงการดังกล่าว และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้กำหนดให้เรื่องดังกล่าวเป็นนโยบาย Quick Win พร้อมตั้งคณะกรรมการศึกษาแนวทางการขับเคลื่อนแลนด์บริดจ์โดยนายกรัฐมนตรี เพื่อเสนอแนวทางการขับเคลื่อนให้คณะรัฐมนตรีภายใน 90 วัน ซึ่งจะครบกำหนดภายในวันที่ 3 สิงหาคมนี้
น.ส.ภคมน ถามต่อไปว่า หากจะยืนยันให้ชัดเจนคือรัฐบาลจะไม่มีการยื่นร่าง พ.ร.บ. SEC ฉบับใหม่เข้ามา แต่จะใช้เป็นร่างเดิมใช่หรือไม่ วันนี้กระทรวงการคลังได้ดำเนินการศึกษามาเป็นเวลา 42 วันแล้ว ภายใต้กรอบ 90 วัน นายสรรเพชญ สามารถบอกกับพี่น้องประชาชนได้หรือไม่ว่าความคืบหน้าตอนนี้เป็นอย่างไร มีโอกาสที่จะทบทวนบางเรื่องหรือไม่ ทั้งในประเด็นความไม่คุ้มค่าที่ถูกตั้งคำถามมายาวนาน รวมถึงประเด็นทรัพยากรธรรมชาติ ตนเชื่อว่า 42 วัน เป็นเวลาเกือบครึ่งทางแล้ว ซึ่งน่าจะพอมีความคืบหน้า
อีกหนึ่งเรื่องที่กังวล ขอถามในฐานะผู้แทนราษฎรและในฐานะคนภาคใต้ คือกรณีที่นายกรัฐมนตรีได้ไปพูดบนเวที Asian Future Forum ที่ประเทศเวียดนาม ว่าพร้อมที่จะเดินหน้าโครงการดังกล่าวเพื่อเชื่อมการค้าและการลงทุนระหว่างภูมิภาค การที่นายกรัฐมนตรีกล่าวเช่นนี้ในระหว่างที่คณะกรรมการกำลังศึกษาอยู่ ตนกังวลว่าจะเป็นการตั้งธงให้กับคณะกรรมการศึกษาหรือไม่ ขอให้รัฐมนตรีช่วยอธิบายเพื่อคลายข้อกังวลของประชาชน
จากนั้น นายสรรเพชญ ตอบว่า สถานะตอนนี้ ครม. ไม่ได้มีการยืนยันร่าง พ.ร.บ. SEC เข้าสู่การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ส่วนคำถามที่ว่าโครงการดังกล่าวจะมีความคุ้มทุนหรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่สามารถถกเถียงกันได้ แต่ตนไม่สามารถตอบแทนได้ว่าโครงการดังกล่าวคุ้มค่าหรือไม่ เพราะต้องรอผลการศึกษาของคณะกรรมการที่มีกรอบเวลา 90 วัน ตนและ น.ส.ภคมน ก็ทราบดีว่าภาคใต้ขาดการพัฒนาอย่างยาวนาน สำหรับความกังวลถึงประเด็นความเหลื่อมล้ำนั้นก็เป็นสิ่งที่รับฟังได้ รัฐบาลจึงได้นำบทเรียนจาก EEC มาปรับปรุง โดยร่าง พ.ร.บ. SEC จะมีการเพิ่มมาตรา 9 ให้มีตัวแทนภาคประชาชนในพื้นที่จังหวัดที่อยู่ในเขตระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ เข้ามาเป็นคณะกรรมการนโยบาย รวมถึงรองรับสิทธิในทรัพย์สินของเอกชนให้ชัดเจน และกำหนดหลักเกณฑ์การเวนคืนและการชดเชยให้เป็นธรรม
น.ส.ภคมน กล่าวขึ้นว่า ตนขอแย้งรัฐมนตรีว่าภาคใต้ไม่เคยขาดเมกะโปรเจกต์ แต่กำลังขาดเจตจำนงในการทำให้ต่อเนื่อง สิ่งที่ตนตั้งคำถามนั้นเพราะกลัวว่าโครงการดังกล่าวจะล้มเหลว ซึ่งวันนี้ก็พอจะสรุปจุดยืนของรัฐบาลและพรรคภูมิใจไทยในการพัฒนาภาคใต้ได้ ขอถามในฐานะคนใต้ด้วยกันว่า ในฐานะที่ท่านเป็นรัฐมนตรี มีความกังวลหรือไม่ว่าภาคใต้บ้านของเราจะมีสภาพเหมือน EEC ได้มีการตกผลึกและถอดบทเรียนจริงๆ หรือไม่ กังวลหรือไม่ว่าจะมีการต่อต้านนิคมอุตสาหกรรมเหมือนกรณีนิคมจะนะ ในอดีตที่ผ่านมา และมีความกังวลหรือไม่ว่าหากภาคใต้พัฒนาแบบ EEC จะต้องเผชิญปัญหาแบบเดียวกับที่ภาคตะวันออกกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน
รมช.คมนาคม เผยว่า หากถามว่าตนมีจุดยืนในการพัฒนาภาคใต้อย่างไร ตนคิดไม่ต่างจาก น.ส.ภคมน เท่าไรนัก หากถามว่าจะเหมือน EEC หรือไม่ ตนก็จะบอกว่าไม่ เพราะบริบทของแต่ละพื้นที่ไม่เหมือนกัน วันนี้โครงการแลนด์บริดจ์ หากมองเฉพาะซ้ายหรือขวาก็อาจไม่มีความคุ้มค่า แต่หากมองว่าโครงการดังกล่าวคือการเชื่อมโยงตามแนวเหนือ-ใต้ เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางบก และรองรับการขนส่งข้ามพรมแดนจากตอนใต้ของจีนลงมาเข้าสู่ประเทศไทย เพื่อเชื่อมการขนส่งในภาคใต้ไปยังประเทศมาเลเซีย รวมถึงการเชื่อมโยงแนวตะวันออก-ตะวันตก ก็จะส่งผลให้พื้นที่ของโครงการมีศักยภาพสูงในการพัฒนา เป็นศูนย์กลางการค้าและการเชื่อมโยงการขนส่งสินค้า ขณะนี้ยังมีอีกหลายโครงการนอกเหนือจากแลนด์บริดจ์สำหรับการพัฒนาภาคใต้ ซึ่งตอนนี้ยังเป็นเพียงแนวคิดและยังไม่ได้ดำเนินการ ต้องรอผลการศึกษา ขณะเดียวกันโครงการที่ดำเนินการแล้วไม่ประสบความสำเร็จก็มีอยู่หลายโครงการเช่นกัน
ทางด้าน น.ส.ภคมน กล่าวปิดท้ายว่า วันนี้มุมมองของเราอาจจะแตกต่างกันในเรื่องการพัฒนาภาคใต้ แต่ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาอะไรก็ตาม อยากให้ยึดผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง เพื่อว่าเมื่อกลับไปลงพื้นที่ในบ้านของเรา จะได้กลับไปมองหน้ามองตาประชาชนในพื้นที่ได้.