“สุรศักดิ์” ชี้ “อนุทิน” ทำถูกขีดเส้น 1 ปี ประเมินผลงานรัฐมนตรี สะท้อนโควตา เป็นคนใกล้ชิดก็หลุดได้ บอกทุกระทรวงต้องคอยชี้แจงประชาชนหากมีข้อสงสัย


เมื่อเวลา 14.10 น. วันที่ 18 มิ.ย. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายกรัฐมนตรี ขีดเส้นประเมินผลงานรัฐมนตรี ประธานคณะกรรมาธิการ 14 คณะ สัดส่วนพรรคภท.ทุก 1 ปี เพื่อให้เร่งทำผลงานว่า ดี นายกฯ ทำถูกต้องแล้ว ประเมินทุกกระทรวงว่า ใครเหมาะสมในการทำงาน แน่นอนว่า ถ้ารัฐมนตรีคนไหนไม่เหมาะก็เป็นเรื่องธรรมชาติอยู่แล้วที่ผู้นำประเทศ ผู้ที่เป็นหัวหน้ารัฐบาลจำเป็นจะต้องพิจารณาในเรื่องเหล่านี้อยู่แล้ว ถ้ารัฐมนตรีคนไหนไม่มีประสิทธิภาพ ทำงานไม่ได้มันก็หนีไม่พ้นความรับผิดชอบของนายกฯ เพราะฉะนั้น เป็นเรื่องดีที่นายกฯ จะพิจารณาการทำงานของรัฐมนตรีทุกกระทรวง

    

ผู้สื่อข่าวถามว่า ถือเป็นการกระตุ้นให้รัฐมนตรีได้เร่งทำงานหรือไม่ นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า แน่นอน มีคนประเมินก็ต้องกระตุ้นอยู่แล้ว ความจริงแล้วตนเชื่อว่า การที่นายกฯ พูดแบบนี้แสดงให้เห็นชัดเจนว่า ทุกคนจะต้องทำงานอย่างเต็มที่ เพราะบางครั้งการเมืองมองเป็นเรื่องของโควตามากจนคิดว่า บางคนอาจจะยังอยู่ได้โดยไม่ต้องทำอะไร หรือบางคนอาจจะเป็นบุคคลที่สำคัญ หรืออะไรก็ตาม ซึ่งตรงนี้นายกฯ แสดงให้เห็นแล้วว่า ไม่มีใครที่จะสามารถยึดเก้าอี้เป็นของตัวเองได้นานถ้าไม่ทำงาน เพราะฉะนั้น เป็นสิ่งที่นายกฯ พิจารณาเป็นหลักอยู่แล้ว ไม่ใช่เรื่องว่า ใครจะเป็นคนสนิท หรือก๊วนนี้ใหญ่ ก๊วนนี้เล็ก และเวลาที่ตนประชุมพรรคนายกฯ จะพูดเสมอกับ สส.และรัฐมนตรีว่า ต้องทำงาน เพราะเราเป็นแกนหลักของรัฐบาล ผลงานที่จะเกิดนั่นคือ ความมั่นคงของรัฐบาล ถ้าเราทำงานไม่ได้ รัฐบาลจะไม่มีความมั่นคง

...


เมื่อถามว่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะที่ผ่านมารัฐบาลถูกโจมตีหลายเรื่องหรือไม่ นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า จริงๆ แล้วเป็นธรรมชาติของทุกที่ ทุกกระทรวงคงจะต้องมีเรื่องที่นักข่าวให้ความสนใจ หรือเรื่องที่ต้องชี้แจง ตนถือว่า ทุกเรื่องที่โดนโจมตี เป็นโอกาสที่ดีของรัฐมนตรีของกระทรวงนั้นๆ ที่จะออกมาชี้แจงความจริงให้กับประชาชน เป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้วที่รัฐมนตรีทุกคนต้องสื่อสารด้วย ทำอะไรแล้วถ้าจะเกิดการโจมตีได้ก็เกิดจากการสงสัย อาจจะพูดเรื่องที่สงสัยได้ จึงเป็นหน้าที่ของรัฐมนตรีทุกคนสมควรจะให้ข้อมูลที่ชัดเจนและชี้แจง อย่างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาหรือกระทรวงไหนก็ตามต้องชี้แจง