ครม.นัดพิเศษ เคาะผ่านกรอบงบประมาณปี 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้าน เตรียมดันเข้าสภาฯ สัปดาห์หน้า ส่วนงบ เหลือจ่ายปี 69 คืนคลังได้ 10,300 ล้าน เล็งโยกสมทบงบกลาง ล้างหนี้ค้าง-รถไฟฟ้าสายสีส้ม


เมื่อเวลา 14.12 น. วันที่ 18 มิถุนายน 2569 นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงที่ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ ที่มี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน ได้เห็นชอบตามที่สำนักงบประมาณเสนอ 2 เรื่องคือ 1. ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยที่ประชุมได้เห็นชอบกับผลการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนที่สำนักงบประมาณได้ไปดำเนินการมา ภายใต้กรอบวงเงินงบประมาณ 3.788 ล้านล้านบาท โดยขั้นตอนหลังจากนี้ สำนักงบประมาณจะนำตัวเลขดังกล่าวไปจัดทำเป็นร่างพระราชบัญญัติ เพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาของครม.ในสัปดาห์หน้า ก่อนที่จะส่งต่อไปให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาตามลำดับ

2. ร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. 2569 โดยที่ประชุมได้รับทราบสรุปตัวเลขการโอนงบประมาณประจำปี 2569 ในส่วนที่หน่วยงานต่างๆ ยังไม่ได้เบิกจ่าย เพื่อดึงกลับมาให้รัฐบาลใช้บริหารจัดการในสถานการณ์วิกฤติ โดยมียอดรวมที่สามารถโอนกลับมาได้ทั้งสิ้น 10,300 ล้านบาทเศษ ซึ่งมีหลายกระทรวงที่คืนงบประมาณมา ในระดับสูงสุดหลักหลายพันล้านบาท ได้แก่ กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นต้น

...

สำหรับไทม์ไลน์การผลักดันร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณ 2569 นี้ จะมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานต่างๆ เป็นเวลา 3 วัน วันที่ 19-21 มิถุนายน 2569 และจะนำเสนอต่อนายกรัฐมนตรีในวันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน เพื่อบรรจุเข้าสู่วาระการพิจารณาของ ครม. ในวันอังคารที่ 23 มิถุนายน หาก ครม. ให้ความเห็นชอบ จะมีการส่งเรื่องไปยังสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาในวันที่ 25 มิถุนายน 2569 ต่อไป

ส่วนสาเหตุที่ยอดโอนงบประมาณเหลือเพียง 10,300 ล้านบาท นายภราดร กล่าวว่า เดิมทีรัฐบาลตั้งเป้าหมายไว้สูงว่า ในช่วง 2 ไตรมาสสุดท้ายของปีงบประมาณน่าจะมีเงินเหลือโอนกลับมาเกือบ 100,000 ล้านบาท เพื่อใช้รับมือวิกฤติในตะวันออกกลาง แต่ผลจากการแจ้งนโยบายดังกล่าวไปยังหน่วยงานต่างๆ กลับเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณในไตรมาสที่ 3 อย่างก้าวกระโดด ยอดเงินที่คาดว่าจะเหลือจึงทยอยลดลงจาก 100,000 ล้านบาท เป็น 80,000 ล้านบาท, 70,000 ล้านบาท, 50,000 ล้านบาท จนกระทั่งมาจบที่ตัวเลข 10,300 ล้านบาทเศษ

นายภราดร เผยต่อไปว่า แผนการบริหารจัดการเม็ดเงิน 10,300 ล้านบาทที่ได้คืนมานี้ จะถูกโอนกลับเข้าไปรวมกับงบกลาง รายการสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นของรัฐบาล ซึ่งปัจจุบันงบกลางมียอดเหลืออยู่ประมาณ 20,000 ล้านบาท โดยยังมีภาระรอการเบิกจ่ายและชำระหนี้อีกหลายรายการ เช่น ภาระหนี้โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม (PPP) และโครงการพืชสวนโลก รัฐบาลจะนำงบประมาณที่ได้เพิ่มมานี้ไปพิจารณาจัดสรรตามความจำเป็นของแต่ละหน่วยงานที่ร้องขอ และเตรียมสำรองไว้รับมือกับภัยพิบัติหรือเหตุการณ์ไม่คาดคิดในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปีงบประมาณ คือ ระหว่างเดือนกรกฎาคม - สิงหาคม - กันยายน 2569 นอกจากนี้ หากมีความจำเป็นต้องใช้เงินเพื่อบรรเทาผลกระทบที่สืบเนื่องจากวิกฤติตะวันออกกลาง เช่น การชดเชยค่าขนส่งที่รัฐบาลทำเฟสแรกไปแล้ว ก็สามารถดึงเม็ดเงินจากงบกลางส่วนนี้ไปใช้ดำเนินการได้เช่นกัน.