กลุ่ม สว.สำรอง หอบหลักฐานคดีฮั้ว สว. มอบให้ “พริษฐ์” ตรวจสอบ หลังมติคณะไต่สวน 2 คณะออกมาสวนทางกัน จี้ กกต.มีคลิปในมือให้นำมาเผยแพร่ ลบคำครหา
วันที่ 18 มิถุนายน 2569 ที่ห้องโถง หน้าห้องแถลงข่าวรัฐสภา กลุ่ม สว.สำรอง นำเอกสารและหลักฐานในคดีฮั้ว สว. ยื่นให้กับนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน เพื่อนำไปพิจารณาเพิ่มเติม
นายพริษฐ์ กล่าวว่า ขอขอบคุณกลุ่มภาคประชาชนที่มีทั้งอดีตผู้ตรวจการการเลือกตั้ง และผู้สมัคร สว. ที่มายื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม ซึ่งเราก็อยู่ในกรรมาธิการองค์กรอิสระที่กำลังตรวจสอบเรื่องนี้จะนำเอาข้อมูลไปตรวจสอบเพิ่มเติมและเข้าใจว่าห้วงเวลานี้เป็นเวลาที่สำคัญเพราะตามกรอบของกฎหมาย กกต. 7 คนจะต้องมีมติทางใดทางหนึ่งเกี่ยวกับการดำเนินการกับผู้ถูกกล่าวหาที่มีอย่างน้อย 229 คน จะส่งเรื่องไปที่ศาลหรือจะยกคำร้อง ภายใน 90 วันนับตั้งแต่วันแรกที่มีการพิจารณาเมื่อวันจันทร์ที่ 15 มิถุนายนผ่านมา ซึ่งเหลือเวลา 80 กว่าวัน ที่จะพิจารณาเรื่องนี้คณะกรรมาธิการองค์กรอิสระได้พิจารณาวาระนี้โดยมีตัวแทนของ กกต. มาชี้แจง ทั้งกรณีการฮั้ว สว. และการเลือกตั้ง 2569 และถ้าเอาประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการฮั้ว สว. ที่เวลานี้ กกต.กำลังพิจารณาผลการตรวจสอบทั้งสองชุด แต่ผลสอบสวนกลับสวนทางกันตามที่เราทราบกันดี โดยคณะไต่สวนเสนอให้ฟ้องดำเนินคดี 229 คน แต่อนุฯ ชุดที่ 36 ได้ยกคำร้อง
โดยประเด็นหลักที่กรรมาธิการได้พิจารณาวันนี้คือการพยายามตรวจสอบหรือเปรียบเทียบการทำหน้าที่ของคณะทำงานทั้งสองชุดนี้ว่ามีความรอบคอบในการพิจารณา พยานหลักฐานที่เราเชื่อว่าอยู่ในการพิจารณาของสองคณะอนุกรรมการที่มีมติสวนทางกัน อันไหนจะมีความน่าเชื่อถือมากกว่ากัน และอยากจะเชิญชวนสังคมและประชาชนช่วยกันตรวจสอบประเด็นนี้เพราะการเทียบเคียงมาตรฐานคณะอนุกรรมการทั้งสองชุดนี้น่าจะบ่งบอกได้ว่าพยานหลักฐานของชุดไหนมีความหนาแน่นมากกว่ากัน
...
นายพริษฐ์ยังกล่าวต่อว่า หน้าที่ของ กกต.คือการเดินหน้าตรวจสอบทุกเรื่องที่มีการร้องเรียน ขอให้มีสมาธิทำงานอย่างตรงไปตรงมาในการตรวจสอบคดีฮั้ว สว. ถ้าจะตรวจสอบกรณีคลิปด้วยก็เป็นสิทธิ์ แต่ตนเองขอตั้งข้อสังเกตว่าคลิปที่ตนเองได้มาก็ได้จากผู้ร้องที่ยื่นมาให้ แต่ในเชิงกฎหมาย กกต.มีหน้าที่บันทึกคลิปอยู่แล้วในการเลือกทั้งระดับอำเภอ ระดับจังหวัด และระดับประเทศ แต่ก็ไม่รู้ว่าคลิปดังกล่าวมาจากหน่วยงานไหน ตนเองรู้แค่ว่าหน่วยงานที่มีหน้าที่บันทึกคลิป กกต.
นายพริษฐ์กล่าวต่อว่า ในอดีตเมื่อมีข้อสงสัยจากสังคมเกิดขึ้นเพื่อให้ประชาชนได้รับความชัดเจน กกต.ก็ได้เคยนำบางส่วนของคลิปมาเผยแพร่ให้ประชาชนรับรู้ ตนเองจึงขอถามกลับว่า หาก กกต.มีคลิปกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ในมือแล้วตอนนี้มีข้อสงสัยจากสังคมว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง การที่ กกต.จะเลือกนำเอาบางส่วนของคลิปมาตอบข้อสงสัย มาเผยแพร่โดยไม่ผิดกับหลักกฎหมาย เชื่อว่าสามารถทำได้และจะทำให้เกิดความโปร่งใส และทำให้ข้อครหาได้รับคำตอบที่ชัดเจนมากขึ้น