“พิพัฒน์” ดับข่าวลือ "ภท.ร้าวฉานภายใน หลังนายกฯ ดึง EEC กลับไปดูเอง ยันคุยกันล่วงหน้าแล้วจึงส่งไม้ต่อให้นายกฯ
วันที่ 18 มิถุนายน 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามในคำสั่งดึงอำนาจการกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) จากเดิมที่ตนดูแลอยู่ กลับไปบริหารจัดการด้วยตนเอง โดยระบุว่า ที่ผ่านมาตนได้กำกับดูแลอีอีซีมาได้ระยะหนึ่งตั้งแต่ช่วงที่เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย และหลังจากผ่านการเลือกตั้งเรียบร้อย เมื่อนายอนุทินได้กลับมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตนจึงอาสาเข้าไปช่วยขับเคลื่อนงานอีอีซีมาโดยตลอดตั้งแต่รัฐบาลอนุทิน 1 จนถึงรัฐบาลอนุทิน 2
นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า จากการประชุมร่วมกันที่ผ่านมาประมาณ 3-4 ครั้ง ตนเห็นว่าเรื่องที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงข้อกฎหมายต่าง ๆ ที่คั่งค้างมาจากในอดีตหลายยุครัฐบาล ได้รับการพิจารณาอนุมัติจากบอร์ดอีอีซีเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตนจึงได้นำเรื่องนี้เข้าไปหารือกับนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็เห็นพ้องตรงกันว่า หลังจากนี้โจทย์สำคัญของอีอีซีคือการเดินสายดึงดูดนักลงทุนให้เข้ามาลงทุนในพื้นที่ จึงตกลงร่วมกันให้นายกรัฐมนตรีรับงานส่วนนี้กลับไปดูแลด้วยตนเอง
นอกจากนี้ ประจวบเหมาะกับที่กระทรวงคมนาคมเองก็มีบิ๊กโปรเจกต์ (Project) ขนาดใหญ่อีกหลายโครงการที่ต้องเร่งขับเคลื่อนเพื่อสนับสนุนพื้นที่อีอีซี ตนจึงเห็นว่าการกลับมาโฟกัส (Focus) งานของกระทรวงคมนาคมเพียงอย่างเดียวน่าจะมีความเหมาะสมมากกว่า
“ถ้าผมต้องทำงานสองทางพร้อมกัน สุดท้ายมันจะกลายเป็นว่าไม่สำเร็จเลยสักทางหนึ่ง แต่ที่สำคัญคือผมเชื่อมั่นในความเป็นมืออาชีพของนายกรัฐมนตรี ซึ่งในช่วงนี้ท่านต้องเดินทางไปประชุมในต่างประเทศบ่อยครั้ง ก็คิดว่าจะใช้โอกาสนี้ไปเจรจากับผู้ประกอบการในต่างประเทศโดยตรง เพื่อเชิญชวนให้เข้ามาลงทุนในอีอีซี ซึ่งตรงนี้ถือเป็นมิติและประเด็นที่สำคัญที่สุดในเวลานี้” นายพิพัฒน์ กล่าว
...
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่า ปมการโยกย้ายงานครั้งนี้จะทำให้เกิดรอยร้าวและกระตุกความสัมพันธ์ภายในพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวปฏิเสธเสียงแข็งพร้อมชี้แจงว่า ตนในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรี และร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทยมาโดยตลอด อะไรที่เป็นประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติเราก็ต้องน้อมรับ
ส่วนที่มีกระแสพยายาม “เสี้ยม” ให้แตกแยก หรือตั้งคำถามว่าตนสบายใจหรือไม่หลังจากถูกยึดงานอีอีซีคืนนั้น ตนขอชี้แจงความจริงว่า ก่อนที่คำสั่งนี้จะประกาศออกมา ตนและนายกรัฐมนตรีได้นั่งหารือและพูดคุยตกลงกันไปก่อนหน้านั้นแล้ว จึงอยากใช้โอกาสนี้มาชี้แจงให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง ยืนยันว่าภายในพรรคภูมิใจไทยไม่มีเรื่องอะไรที่เราไม่คุยกัน เราคุยกันในทุกมิติ โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างตนกับนายกรัฐมนตรีนั้น พูดคุยตรงไปตรงมาในทุกเรื่องอยู่แล้ว สังคมจึงสบายใจได้