กลุ่มผู้ถือหุ้นรายย่อยบางจาก ร้องพรรคประชาธิปัตย์ แฉพิรุธบริษัทลูกซื้อคลังน้ำมันเพชรบุรีแพงเกินจริง หวั่นเป็นมูลฐานฟอกเงิน
วันที่ 18 มิถุนายน 2569 ที่รัฐสภา นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) การเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน สภาผู้แทนราษฎร รับหนังสือจาก นายดิษเดช หิรัญจิรคุณ ผู้ประสานงานกลุ่มผู้ถือหุ้นรายย่อย บมจ.บางจาก คอร์ปอเรชั่น (BCP) และผู้ประสานงานเครือข่ายปกป้องประโยชน์ผู้ถือหุ้นรายย่อยในตลาดทุนไทย เพื่อขอให้ตรวจสอบติดตามการซื้อขายคลังน้ำมันที่จังหวัดเพชรบุรี ของบริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ BCP เนื่องจากมีพฤติการณ์ส่อโยงเครือข่ายทุนเทาและซื้อทรัพย์สินในราคาแพงเกินจริง
นายดิษเดช เปิดเผยว่า เครือข่ายฯ มีความกังวลต่อกระแสทุนเทาที่เข้ามาในตลาดหลักทรัพย์เป็นจำนวนมาก จึงมายื่นหนังสือให้พรรคประชาธิปัตย์ตรวจสอบดีลซื้อคลังน้ำมันดังกล่าว ซึ่งพบข้อมูลว่าเมื่อปี 2553 เคยมีการเสนอขายคลังน้ำมันนี้ในราคาเพียง 3,000 ล้านบาท แต่ตอนนั้นถูกปฏิเสธเพราะไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน ทว่าต่อมาในปี 2555 บริษัทดังกล่าวกลับเข้าซื้อคลังน้ำมันนี้สูงถึง 9,000 ล้านบาท และหลังจากการซื้อขายเพียง 3 เดือน มูลค่าทางบัญชีของคลังน้ำมันกลับลดลงเหลือเพียง 6,550 ล้านบาท เกิดส่วนต่างติดลบทันที 2,450 ล้านบาท ผู้ถือหุ้นจึงตั้งข้อสงสัยว่ามีการสมคบคิดปั่นมูลค่าทรัพย์สินให้สูงเกินจริงเพื่อเอื้อประโยชน์ให้บุคคลใดบุคคลหนึ่ง และสร้างความเสียหายต่อตลาดทุนไทยหรือไม่
ทั้งนี้ ทางกลุ่มผู้ร้องจึงขอให้ตรวจสอบเส้นทางธุรกรรมทางการเงินและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงตรวจสอบว่าเข้าข่ายเป็นองค์กรอาชญากรรมร่วมกันวางแผนแบ่งงานกันทำเพื่อจัดสรรผลประโยชน์ส่วนต่าง, เป็นมูลฐานความผิดฟอกเงิน, และเป็นกรณีที่ทุนข้ามชาติใช้กลไกตลาดหลักทรัพย์นำเงินที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายเข้ามาลงทุน โดยมีผู้บริหารบางจากคอยชักนำหรือไม่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
...
ขณะที่ นายกรณ์ กล่าวตอบรับว่า ดีลซื้อกิจการคลังน้ำมันผ่านบริษัทลูกของบางจาก (บริษัทเอเชียลิ้งค์เทอร์มินอล) มีข้อพิรุธและตัวละครเกี่ยวข้องจำนวนมาก ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ตลาดทุนไทย ตนจะนำคณะผู้ร้องไปยื่นเรื่องต่อ นายจุติ ไกรฤกษ์ ประธาน กมธ.การเงินการคลัง สภาฯ ทันที ซึ่งประจวบเหมาะกับที่วันนี้มีการประชุมร่วมกับตัวแทนจาก ก.ล.ต., ปปง. และ ป.ป.ช. พร้อมทั้งจะยื่นเรื่องต่อ กมธ.การฟอกเงิน สภาฯ ให้ร่วมตรวจสอบคู่ขนานไปด้วย เนื่องจากก่อนหน้านี้ผู้ร้องได้ยื่นเรื่องต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI), สำนักงาน ปปง. และ ก.ล.ต. ไปแล้ว โดยคาดว่าภายในสัปดาห์นี้ DSI จะมีมติว่าจะรับเรื่องนี้เป็นคดีพิเศษหรือไม่
“ตัวอย่างพิรุธที่เห็นชัดคือ บอร์ดบริษัทลูกของ BCP มีมติสั่งซื้อหุ้นคลังน้ำมันตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2565 แต่บริษัทเอเชียลิ้งค์ฯ ซึ่งเป็นบริษัทลูกที่ใช้ไปซื้อ กลับเพิ่งจดทะเบียนจัดตั้งหลังจากนั้นหนึ่งเดือน คือวันที่ 16 ธันวาคม 2565 เท่ากับเป็นการลงมติซื้อหุ้นก่อนที่จะมีบริษัทด้วยซ้ำ อีกทั้งยังเป็นการเคาะซื้อในราคาสูงถึง 9,000 ล้านบาท ทั้งที่ยังไม่มีข้อมูลผลกำไรหรือขาดทุนของบริษัทเป้าหมายเลย สะท้อนชัดเจนว่าไม่ปกติ” นายกรณ์ ระบุ
นอกจากนี้ นายกรณ์ ยังเปิดเผยข้อมูลเชิงลึกว่า ที่ผ่านมาบริษัทบางจากเคยมีหุ้นบางส่วนถูกสำนักงาน ปปง. สั่งยึดอายัดไปแล้ว เนื่องจากเกี่ยวโยงกับการฟอกเงินข้ามชาติของ นายเบน สมิธ ขณะที่บริษัทลูกที่ใช้ซื้อคลังน้ำมันเพชรบุรีผ่าน “เสี่ยตือ” ในราคาแพงเกินจริงนี้ ก็มีหุ้นบางส่วนถูกยึดอายัดด้วยเช่นกัน ซึ่งหากสังคมไปย้อนดูรายชื่อคณะกรรมการหรือบอร์ดบริษัทที่เคาะอนุมัติซื้อขายกิจการครั้งนี้ก็จะเข้าใจทันที โดยพรรคประชาธิปัตย์ยืนยันจะเดินหน้าตรวจสอบให้ถึงแก่น เพื่อเปิดโปงเส้นทางการเงินและลากตัวผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาลงโทษให้ได้