“จุลพันธ์” หารือเอกอัครราชทูตอิตาลี เร่งเครื่องความร่วมมือแรงงาน ผลักดัน MOU เคลื่อนย้ายแรงงานไทยไปอิตาลี
เมื่อเวลา 9.30 น. วันที่ 18 มิถุนายน 2569 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้การต้อนรับ นายเปาโล ดีโอนีซี (Mr. Paolo Dionisi) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิตาลีประจำประเทศไทย ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะและหารือข้อราชการ โดยมี นายสันติ นันตสุวรรณ รองปลัดกระทรวงแรงงาน นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน นายศักดินาถ สนธิศักดิ์โยธิน ผู้ช่วยปลัดกระทรวงแรงงาน นางญาณิกา เทียนทอง ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ประจำกระทรวงแรงงาน นางสาวธิดารัตน์ ยิ่งเจริญ ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นางสาวบุณยกร ดำรงรัตน์ ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ร่วมหารือด้วย ณ ห้องจัตุมงคล ชั้น 6 อาคารกระทรวงแรงงาน
ในโอกาสนี้ นายเปาโล ดีโอนีซี (Mr. Paolo Dionisi) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิตาลีประจำประเทศไทย ได้กล่าวแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งในกรณีที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์
สำหรับการหารือครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงความยินดีในโอกาสที่ นายจุลพันธ์เข้าดำรงตำแหน่ง และเพื่อกระชับความร่วมมือด้านแรงงานระหว่างสองประเทศ โดยประเด็นสำคัญครอบคลุม อาทิ การส่งแรงงานไทยไปอิตาลี โดย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ขอบคุณทางอิตาลีที่บรรจุประเทศไทยไว้ในรายชื่อประเทศที่ได้รับโควตาภายใต้กฤษฎีกาว่าด้วยการนำเข้าแรงงานต่างชาติ (Flows Decree 2026-2028) ซึ่งอนุญาตให้แรงงานต่างชาติเข้าไปทำงานได้หลายสาขา เช่น เกษตรกรรม บริการด้านท่องเที่ยว ร้านอาหาร และงานด้านสุขภาพ ทั้งนี้ ไทยยืนยันความพร้อมในการสนับสนุนแรงงานมีทักษะและแรงงานตามฤดูกาลเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจของอิตาลี การจัดทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) โดยสองฝ่ายได้หารือถึงความคืบหน้าการจัดทำ MOU ว่าด้วยการโยกย้ายถิ่นฐานและการเคลื่อนย้ายแรงงานระหว่างไทยและอิตาลี เพื่อส่งเสริมการจ้างงานที่ถูกกฎหมายและเพิ่มโควตาพิเศษให้แก่แรงงานไทย
...
ทั้งนี้กระทรวงแรงงานไทยกำลังเร่งรัดกระบวนการจัดตั้งคณะทำงานเพื่อพิจารณาร่าง MOU ตามที่ฝ่ายอิตาลีได้แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับการทบทวนนโยบายใหม่ การแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดี โดยฝ่ายไทยได้แสดงความสนใจในการเรียนรู้แนวปฏิบัติที่ดีด้านสถาบันเทคนิค (Technical Institutions) ระบบการศึกษาแบบทวิภาคี (Dual-Track Education) และมาตรฐานความปลอดภัย อาชีวอนามัยในที่ทำงาน รวมถึงกฎหมายสิทธิในการตัดการเชื่อมต่อ (Right to Disconnect) ของอิตาลี การสนับสนุนการเข้าเป็นสมาชิก OECD โดย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ยังได้ขอความสนับสนุนจากอิตาลีในการผลักดันนโยบายของรัฐบาลไทยที่จะเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ผ่านการประสานงานกับสหภาพยุโรปและ OECD อีกด้วย
ในตอนท้าย นายจุลพันธ์ ได้กล่าวขอบคุณเอกอัครราชทูตอิตาลีสำหรับการหารือที่สร้างสรรค์ และเชื่อมั่นว่าจะนำไปสู่ความร่วมมือที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการเคลื่อนย้ายแรงงานไทยไปอิตาลีอย่างเป็นระบบตามโควตาที่กำหนด