ย้อนประวัติ “ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ” สส.บัญชีรายชื่อ รัฐมนตรีดีอี (เงา) พรรคประชาชน ผู้นำทีมตรวจสอบ TH -AI Passport 

บทบาท "ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ" นำทีมตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport

วันที่ 18 มิ.ย. 2569 นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 7 พรรคประชาชน และเป็นหัวหอกในการตรวจสอบ “โครงการ TH-AI Passport ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ซึ่งเป็นโครงการจัดหา AI ให้ประชาชนใช้ฟรี 5 ล้านคน ด้วยงบประมาณ 1,621 ล้านบาท จากกองทุนดีอี

ก่อนหน้านี้นายภาวุธได้ตั้งข้อสังเกตเชิงลึกเกี่ยวกับโครงสร้างราคา ใช้ความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีมา วิเคราะห์ตัวเลขความคุ้มค่าจนทำให้โครงการนี้กลายเป็นประเด็นร้อนทางการเมือง ที่ถูกตั้งคำถามจากสังคม มีการเปรียบเทียบกับระบบที่มีฟังก์ชันใกล้เคียงกันแต่ใช้งบประมาณที่ถูกกว่า มีการคำนวณโควตาการใช้ Token และค่าระบบ รวมถึงขอบเขตงาน (TOR) ที่นายภาวุธมองว่ามีข้อพิรุธ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนบางกลุ่ม

เปิดประวัติ "ป้อม ภาวุธ" จากผู้บุกเบิกอีคอมเมิร์ซไทย สู่ รมว.ดีอี (เงา)

สำหรับประวัติของ “ป้อม” ภาวุธ เขาคือผู้บุกเบิกวงการอีคอมเมิร์ซไทย ผู้ก่อตั้ง TARAD.com CEO & Founder ของ Pay Solutions และ Creden.co รวมถึงเป็นนักลงทุนและวิทยากรด้านดิจิทัล เคยลงสมัคร สว. ด้วยนโยบายที่เน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเพื่อผู้ประกอบการไทย

จบการศึกษา

ปริญญาโท Internet & E-Commerce มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ

ปริญญาโท MBA สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ปริญญาตรี สถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต

...


ประสบการณ์การทำงาน

2544-ปัจจุบัน: CEO & Founder, บริษัท ตลาด ดอท คอม กรุ๊ป จำกัด

2556-ปัจจุบัน: CEO & Founder, บริษัท เพย์ โซลูชั่น จำกัดCEO ของ บริษัท อี-ฟราสทรัคเชอร์ จำกัด บริษัท เพย์ โซลูชั่น จำกัด | ครีเดน.โค | คูแลป

จุดเปลี่ยน "ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ" สู่เส้นทางการเมืองกับ พรรคประชาชน

ปัจจุบัน นอกจากเป็นสส.บัญชีรายชื่อ ของพรรคประชาชนแล้ว ยังถูกวางตัวให้เป็นรมว.ดีอี(เงา)ด้วย เขาเคยโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กก่อนตัดสินใจลงเลือกตั้งสส.ว่า เป็นเพราะ ตลอดหลายปีหลัง พยายามส่งเสียงในฐานะ “ผู้เตือนภัย” ของเศรษฐกิจออนไลน์ไทย พูดในฐานะนายกสมาคมฯ ในฐานะภาคเอกชน พูดจนเสียงแหบแห้ง... แต่ความจริงที่โหดร้ายคือ “แค่เสียงเตือน... เปลี่ยนกฎหมายไม่ได้” โครงสร้างที่บิดเบี้ยวนี้ ต้องการการแก้ไขที่ระดับ “นโยบาย” และ “กฎหมาย” เท่านั้น