“พลพีร์-วรศิษฎ์” ยกคณะ ลุยสางปัญหาหาดฟรีดอม จ.ภูเก็ต สั่งสอบ น.ส.3 หลังอ้างสิทธิเก็บค่าลงหาด ยัน ส่วยภูเก็ต ไม่เกี่ยวภูมิใจไทย ท้าชี้เป้าคนเอี่ยว หลังถูกเพจภูเก็ต เปิดภาพคู่ ผอ.พรรคโยงสัมพันธ์รองผู้ว่าฯ คนดัง 


วันที่ 17 มิถุนายน 2569 เวลา 16:30 น. นายพลพีร์ สุวรรณฉวี และนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะประกอบด้วยนายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง ลงพื้นที่เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาผู้มีอิทธิพล รุกที่สาธารณะ  นอมินี และส่วยในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต 


ทันทีที่มาถึงท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต มีนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต มารายงานสถานการณ์ ความคืบหน้าในพื้นที่ ก่อนจะเดินทางลงพื้นที่จุดแรกคือหาดฟรีดอม ตำบลป่าตอง อำเภอกระทู้ จังหวัดภูเก็ต โดยระหว่างทางมีติดแผ่นป้ายเป็น “พื้นที่ตรวจยึด” และบางจุดเจ้าหน้าที่ยังรายงานว่ามีพื้นที่ที่มีผู้ประกอบการบางรายอ้างว่าได้เอกสารสิทธิและเก็บค่าหัวนักท่องเที่ยวลงหาดหัวละ 100 บาท


ขณะที่มีรายงานเพิ่มเติมว่าก่อนหน้าที่นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ครั้งล่าสุด จุดนี้มีการกางร่ม และเก้าอี้ผ้าใบ รวมถึงมักจะมีการยิงปืนข่มขู่อยู่บ่อยครั้งเวลาเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ ซึ่งพื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่ทรัพยากรและที่ดินของรัฐ นอกจากนี้บริเวณชายหาดยังมีการทำทุ่นไว้ ซึ่งหากไม่ใช่หน้ามรสุมเรือนำเที่ยวจะสามารถเข้ามาส่งนักท่องเที่ยวขึ้นมาที่หาดฟรีดอมแห่งนี้ได้แล้วจะมีการเก็บค่าหัวเช่นเดียวกัน

...


นายพลพีร์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังลงพื้นที่หาดฟรีดอม ว่า วันนี้ที่ยกคณะมาเพราะต้องการอยากจะมาดูสถานที่จริงเพื่อเข้าใจปัญหาในเบื้องต้นที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรายงานและชี้จุด ว่าพื้นที่ส่วนใดของหาดฟรีดอมเป็นพื้นที่ ส.ป.ก. และพื้นที่ไหนเป็นพื้นที่ป่าไม้ ซึ่งทางด้านหลังที่ยืนสัมภาษณ์อยู่นี้เป็นพื้นที่ที่มี เอกสารสิทธิครอบครอง น.ส.3 ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างให้กรมที่ดินทำการตรวจสอบว่าออกเอกสารให้เมื่อใด และออกให้ได้อย่างไร ทั้งนี้พื้นที่อ้างว่ามี น.ส.3 มีการเก็บค่าบริการเดินลงหาด ระยะทางประมาณ 300 เมตร และอีกฝั่งก็จะมี “เสี่ยเล็ก” ที่จะมีเก็บค่าบริการเดินลงหาดเช่นกัน รวมทั้งก่อนหน้านี้ก็มีเริ่มมีการกั้นในพื้นที่หาดฟรีดอมที่มีการกางร่มชายหาด และเก็บค่าบริการ ถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควร เพราะพื้นที่ตรงนี้เป็นทรัพย์สินรัฐทั้งหมด ไม่สามารถที่จะทำกิจการทำมาหากินตรงนี้ได้เลย เพราะเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายเราจึงมาดูสภาพความเป็นจริงว่านักท่องเที่ยวอยู่กันอย่างไร เที่ยวอย่างไร และมีคนเอาเปรียบนักท่องเที่ยวหรือไม่ 


“สำหรับผู้รู้ตัวว่าประกอบการหรือธุรกิจอะไรก็แล้วแต่ที่ยังไม่ถูกต้อง ขออนุญาตมาที่คลินิก เพื่อมาลงทะเบียนและมาพูดคุยกับเรา เพราะเราอยากรู้จริงๆว่าอุปสรรคการขอใบอนุญาต หรือสิ่งที่ท่านต้องเผชิญ โดนขูดรีด หรือมาเฟีย กุ๊ยที่ไหนก็แล้วแต่ เขาทำอะไรกับพวกท่านบ้างให้มาบอกพวกเรา ซึ่งผมและนายวรศิษฐ์ให้คำมั่นสัญญาว่าเราจะทำให้คนภูเก็ตอยู่ได้ด้วยคนของภูเก็ตเอง ไม่ต้องมีกุ๊ยไม่ต้องมีอิทธิพลไม่ต้องมีมาเฟียไม่ต้องมีใครมาขูดรีดท่านอีกแล้ว นี่คือเป้าหมายที่แท้จริงของนายกรัฐมนตรีที่ต้องการให้เราทำ เราไม่ได้มาที่นี่เพื่อปิดภูเก็ต แต่เรามาที่นี่เพื่อต้องการจะทำให้ผู้ประกอบการและชาวภูเก็ตอยู่อย่างมีความสุข”


ส่วนเรื่องของส่วยที่มีการไปเกี่ยวพันกับข้าราชการและถูกโยงไปถึงระดับรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายพลพีร์ กล่าวว่า ถ้าทุกอย่างทำถูกต้องตามกฎหมายใครจะมาเก็บอะไร แต่วันนี้ต้องบอกว่าทุกคนใช้ช่องว่างของกฎหมาย ใช้ช่องว่างของข้าราชการ เพื่อไปเอาเปรียบประชาชนและผู้ประกอบการ นั่นคือสิ่งที่นายกรัฐมนตรีรับไม่ได้


ส่วนตอนนี้ที่ผู้บริหารระดับจังหวัดถูกล้างบางเข้ากรุ และชุดใหม่ที่เข้ามาบริหารจะเป็นอย่างไรบ้าง นายพลพีร์ กล่าวว่า วันนี้ไม่ใช่ประเด็นว่าใครจะมาเป็นพ่อเมือง หรือใครจะมาเป็นรองผู้ว่าฯ หรือตำแหน่งอื่นๆในกระทรวงมหาดไทย ซึ่งนโยบายของนายกรัฐมนตรีชัดเจน ว่าเราต้องทำอะไร และช่วยภูเก็ตอย่างไร หากเรายึดแนวปฏิบัตินี้ก็ไม่มีปัญหากับใคร 


ส่วนที่จะมีการพัฒนาพื้นที่ตรงนี้อย่างไรนั้น นายวรศิษฐ์ กล่าวว่า ทุกคนทราบอยู่แล้วว่าพื้นที่ตรงนี้เป็นของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งทางกระทรวงฯ เองก็มีแผนที่จะเข้าไปพัฒนาพื้นที่ เพื่อให้การท่องเที่ยวมีคุณภาพมากยิ่งขึ้นและดูแลนักท่องเที่ยวได้ดีกว่าเดิม


ส่วยภูเก็ต ไม่เกี่ยว “ภูมิใจไทย” ท้าชี้เป้าคนเอี่ยว ย้ำชัด ไม่อุ้มคนผิด

นอกจากนี้ นายพลพีร์ ยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีเพจดัง เผยแพร่ภาพคู่ของนายสิรภพ ดวงสอดศรี ผู้อำนวยการพรรคภูมิใจไทย กับ อดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตคนดัง พร้อมให้จับตาความสัมพันธ์พรรคการเมืองใหญ่ ว่า ต้องบอกว่ายังไม่มีคำกล่าวหาที่ระบุมาถึงพรรคภูมิใจไทยเลย และในโซเชียลมีเดีย ก็มีการนำรูปบุคลากรของพรรคออกมาเผยแพร่


นายพลพีร์ กล่าวต่อว่า วันนี้ต้องขอยืนยันว่าพรรคภูมิใจไทยไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และหากใครมีหลักฐานว่าเจ้าหน้าที่ของพรรค ไม่ว่าจะระดับไหน ทั้งเป็นอดีตผู้สมัคร แคนดิเดต หรือ สส. หรือ รัฐมนตรี หากมีหลักฐานว่าเราไปปู้ยี่ปู้ยำ ทำตัวเป็นมาเฟียเป็นกุ๊ย ก็ขอให้มาบอกพวกตน ไม่ว่าเป็นใครในพรรคพวกตนก็ไม่เอาไว้


เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ายืนยันได้ใช่หรือไม่ว่าจะไม่เป็นการฟอกขาว นายพลพีร์ กล่าวว่า “ไม่มีหรอกครับ วันนี้ออกมาตอบแล้ว สืบแล้ว ว่ากระบวนการยุติธรรมเสร็จสิ้นแล้ว ใครผิดก็ว่าไปตามผิด ผมไม่ได้สนใจว่าเป็นใคร อาวุโสอย่างไร ผมไม่สนใจว่าการเมืองคุณจะเป็นอย่างไร ผิดก็คือผิด พรรคไม่เอาไว้”


ส่วนที่สังคมกำลังจับตามองว่า 3 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยหน้าใหม่ จะเข้ามาล้างบางทั้งเรื่องส่วย และผู้มีอิทธิพลนั้น มีความตั้งใจอย่างไรบ้าง นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะ สส.จังหวัดสตูล พรรคภูมิใจไทย กล่าวเสริมทันทีว่า “แน่นอน ร้อยเปอร์เซ็นต์” พร้อมกล่าวย้อนไปถึงเรื่องความเชื่อมโยงกับบุคลากรในพรรคภูมิใจไทย ว่า หากมีความเชื่อมโยงจริง และมีอิทธิพลจริง ทำไมถึงมีการโยกย้ายเกิดขึ้น ต้องยืนอยู่ค้ำฟ้าในการที่จะไปหาผลประโยชน์ต่อ แต่ในวันนี้นายกรัฐมนตรีก็ทำให้เห็นแล้ว และเป็นนโยบาย หากมีประเด็นเกิดขึ้นก็ต้องว่ากันไป


นายวรศิษฎ์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของการทำงานพวกเราก็เต็มที่ร้อยเปอร์เซ็นต์ วันนี้ที่เราลงมาก็เพื่อจัดระเบียบ และช่วยแก้ปัญหาเพราะเข้าใจดีว่าส่วยที่เกิดขึ้นเกิดจากความผิดเล็กๆ น้อยๆ จึงทำให้เกิดเงื่อนไขให้กับกลุ่มผู้ที่ไม่หวังดีมาขูดรีด หากอะไรที่ผิดอยู่ก็ทำให้มันถูก จะได้ไม่ต้องมีเงื่อนไขให้มาแก้ พร้อมย้ำว่าเราทำงานเต็มที่อยู่แล้ว และยึดหลักปิดชื่อ ถือพฤติกรรม ซึ่งไม่ใช่เฉพาะจังหวัดภูเก็ตแต่ยังรวมถึงจังหวัดอื่นๆ ทุกพื้นที่ด้วย