“อนุทิน” ยกคณะถึงรัสเซีย เผยไทยพร้อมเป็นประตูยุทธศาสตร์เชื่อมอาเซียน พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว ยืนยัน เจอ นายกฯ กัมพูชา ไม่มีอะไรเสียหาย หรือ ทำให้คนไทยต้องกังวล
วันที่ 17 มิ.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 20.25 น. วันที่ 16 มิ.ย. (ตามเวลาท้องถิ่นเมืองคาซาน สหพันธรัฐรัสเซีย ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 4 ชั่วโมง) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย พร้อมคณะ ได้เดินทางถึงเมืองคาซาน สหพันธรัฐรัสเซีย เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-รัสเซีย สมัยพิเศษ (ASEAN-Russia Commemorative Summit) ระหว่างวันที่ 16–19 มิ.ย. 2569 ในโอกาสครบรอบ 35 ปี ความสัมพันธ์อาเซียน-รัสเซีย โดยมีผู้แทนระดับสูงของสหพันธรัฐรัสเซียและคณะจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมอสโก ร่วมให้การต้อนรับ
จากนั้นเวลา 10.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่นเมืองคาซาน สหพันธรัฐรัสเซีย ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 4 ชั่วโมง) ณ ห้อง Hall 1 ชั้น 2 Bashir Rameev IT Park เมืองคาซาน สหพันธรัฐรัสเซีย นายอนุทิน เข้าร่วมงาน ASEAN-Russia Business Forum ร่วมกับ นายเล มิญ ฮึง นายกฯเวียดนาม และดาโตะ เซอรี อันวาร์ อิบราฮิม นายกฯมาเลเซีย โดยนายอนุทิน กล่าวปาฐกถา ว่าประเทศไทยมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนระหว่างรัสเซียกับภูมิภาคอาเซียน ขอเชิญชวนภาคธุรกิจรัสเซียใช้ไทยเป็นฐานขยายโอกาสสู่ตลาดอาเซียนที่มีประชากรกว่า 700 ล้านคน ปี 2569 มีความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นวาระครบรอบ 35 ปีความสัมพันธ์อาเซียน-รัสเซีย ความร่วมมือได้พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางบริบทเศรษฐกิจโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ไทยมีจุดแข็งทั้งในด้านอุตสาหกรรมอาหารและการเกษตร การท่องเที่ยว การแพทย์และสุขภาพ รวมถึงเศรษฐกิจสีเขียว ขณะเดียวกันยังเร่งลงทุนในอุตสาหกรรมดิจิทัล ศูนย์ข้อมูล (Data Center) การผลิตชิป และเซมิคอนดักเตอร์ เพื่อยกระดับขีดความสามารถทางเศรษฐกิจของประเทศ จึงขอเสนอแนวทางความร่วมมือทางเศรษฐกิจไทย-รัสเซียใน 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ การเชื่อมโยง ไทยมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบโลจิสติกส์ ท่าเรือน้ำลึก เครือข่ายการบิน และการเชื่อมต่อทางดิจิทัล พร้อมทำหน้าที่เป็น ประตูยุทธศาสตร์ เชื่อมภาคธุรกิจรัสเซียสู่ตลาดอาเซียน
...
นายอนุทิน กล่าวว่า ด้านต่อมาคือการค้าและการลงทุน ขอเน้นย้ำถึงความสำคัญของการรักษาระบบการค้าพหุภาคี การกระจายตลาด และการเสริมสร้างความมั่นคงด้านอาหารและพลังงาน โดยรัสเซียมีศักยภาพด้านพลังงานในฐานะหนึ่งในผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ของโลก ขณะที่ไทยเป็นหนึ่งในผู้ผลิตอาหารสำคัญของโลก ซึ่งสามารถเกื้อหนุนและต่อยอดความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างกันได้เป็นอย่างดี และการแลกเปลี่ยนระดับประชาชน ไทยยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวรัสเซียประมาณ 2 ล้านคนต่อปี และพร้อมส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและการแพทย์ รวมถึงการพัฒนาความร่วมมือด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์และวัฒนธรรม เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและเสริมสร้างความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ และในปี 2570 ไทยและรัสเซียจะครบรอบ 130 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญในการต่อยอดความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างกัน โดยไทยพร้อมทำงานร่วมกับรัสเซียและประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อสร้างอนาคตที่เชื่อมโยงกันมากยิ่งขึ้น ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม และมีความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันอย่างยั่งยืน
พบ นายกฯ กัมพูชา ไม่มีอะไรเสียหาย
ต่อมาเมื่อเวลา 09.30 น. (ตามเวลาท้องถิ่นเมืองคาซาน สหพันธรัฐรัสเซีย ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 4 ชั่วโมง) วันที่ 17 มิ.ย. 2569 ที่โรงแรมที่พัก เมืองคาซาน สหพันธรัฐรัสเซีย นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ถึงการเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-รัสเซีย สมัยพิเศษ (ASEAN-Russia Commemorative Summit) ระหว่างวันที่ 16–19 มิ.ย. นี้ ว่าน่าจะมีโอกาสได้พบกับนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ซึ่งไม่มีปัญหาอะไร ในการประชุมอาเซียนที่ผ่านมาที่ประเทศเวียดนามก็ได้พบกันไปแล้วครั้งหนึ่ง ยืนยันว่าจะรักษาผลประโยชน์ของประเทศไทย ขอเชื่อมั่นว่าจะไม่มีอะไรเสียหาย หรือ ทำให้ประชาชนคนไทยต้องกังวล โดยเฉพาะเรื่องของอธิปไตยและการเตรียมความพร้อมหากมีการปะทะกัน เมื่อถามถึงกรณีความคืบหน้าในการตั้งคณะเจรจาประนอมภาคบังคับ ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ.1982 (UNCLOS ) นายอนุทิน กล่าวว่าฝ่ายไทยได้ตั้งเป็นเรียบร้อยแล้วจำนวน 2 คน ประกอบด้วย นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ และ นายทรงชัย ชัยปฏิยุทธ เอกอัครราชทูตไทย ณ คูเวต เพื่อทำหน้าที่เจรจาประนอมภาคบังคับในกรอบของ UNCLOS ตามที่ทางกัมพูชาเสนอไปยังสหประชาชาติ (ยูเอ็น)
เมื่อถามถึงการตั้งคณะกรรมาธิการประนอมภาคบังคับ นายอนุทิน กล่าวว่าได้ตั้งเป็นที่เรียบร้อยแล้วเช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นผู้พิพากษาชั้นผู้ใหญ่ที่มีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายทางทะเลทั้ง 2 คน เรามีความพร้อมที่จะเจรจา ไม่ต้องกังวล พร้อมขอให้ทุกคนทำมาหากินตามปกติ รัฐบาลการันตีเรื่องความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน