“เอกนัฏ” ขอใช้มติ ครม. รีดรายได้จากผลกำไร กฟผ. ช่วยอุ้มค่าไฟผู้ใช้ไม่เกิน 200 หน่วยแรก ยันไม่กระทบแผนลงทุน เผย เล็งเพิ่มกลุ่ม Data Center เป็นผู้ใช้ไฟฟ้าใหม่ ประเภทที่ 9 ลุยรื้อแอดเดอร์ต่อ
วันที่ 17 มิถุนายน 2569 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า มาตรการช่วยเหลือผู้ใช้ไฟฟ้า โดยการชดเชยค่าไฟสำหรับผู้ใช้ไฟไม่เกิน 200 หน่วยแรก ตนจะไม่ใช้งบประมาณกลาง แต่จะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติให้นำรายได้หรือกำไรจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในส่วนที่ไม่กระทบแผนการลงทุน มาสำรองจ่ายช่วยเหลือไปก่อน โดยจะเป็นคนละส่วนกับภาระค่าเชื้อเพลิง (AF) ที่ กฟผ. แบกรับอยู่เดิม แล้วจึงจะนำรายได้ส่วนอื่น เช่น รายได้จากการจัดเก็บค่าไฟกลุ่ม Data Center มาชดเชยคืนให้ กฟผ. ในภายหลัง
สำหรับผู้ใช้ไฟกลุ่ม 400 หน่วยขึ้นไป จะยังไม่มีการปรับขึ้นราคาแบบอัตราก้าวหน้าตามที่เป็นกังวล และยังใช้อัตราในปัจจุบัน แต่รัฐบาลจะทบทวนแผนการเพิ่มอัตราค่าไฟฟ้า สำหรับผู้ที่ใช้เกิน 400 หน่วย โดยจะเน้นไปที่การลดต้นทุนโครงสร้างการผลิตไฟฟ้าแทน เพื่อไม่ให้เป็นภาระต่อประชาชนที่อยู่กันหลายคนหรือใช้ไฟเพิ่มในช่วงหน้าร้อน ขณะเดียวกัน จะส่งเสริมระบบโซลาร์เซลล์ภาคประชาชน โดยเร่งเปิดโครงการรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินจากโซลาร์ภาคประชาชนจำนวน 500 เมกะวัตต์ ในอัตรารับซื้อ 2.20 บาท ภายในเดือนมิถุนายนนี้ พร้อมจัดแพ็กเกจช่วยเหลือ เช่น เงินกู้ เงินดาวน์ และลดดอกเบี้ย เพื่อสนับสนุนการติดตั้ง
“ผมจะปรับปรุงนโยบายกลุ่มของผู้ใช้ไฟฟ้าเพิ่มเติม โดยเตรียมเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ในเดือนมิถุนายนนี้ เพื่อเพิ่มประเภทผู้ใช้ไฟฟ้าใหม่ ประเภทที่ 9 : Data Center เพื่อกำหนดเกณฑ์การใช้ไฟฟ้าและน้ำให้เหมาะสมกับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ โดยกลุ่ม Data Center ที่จะต้องเข้ามาช่วยแบกรับภาระค่าไฟฟ้าให้กลุ่มอื่นๆ และรับผิดชอบต้นทุนค่าไฟที่ต้องผลิตเพิ่มจากการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลวหรือแอลเอ็นจี เพื่อไม่ให้กลุ่มทุนนี้เข้ามาแย่งใช้ไฟฟ้ากับกลุ่มผู้ใช้กลุ่มอื่นๆ จนกลายเป็นการผลักภาระค่าใช้จ่ายไปให้ประชาชนทั่วไป ซึ่งการแยกประเภทนี้จะช่วยให้ Data Center จะไม่กลายเป็นภาระต่อผู้ใช้ไฟฟ้า ภาคครัวเรือน แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องทำให้ต้นทุนไฟฟ้า รวมของทุกคนถูกลงด้วย”
...
สำหรับการทบทวนสัญญาแอดเดอร์ (Adder) หรือสัญญาบวกเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า นายเอกนัฏ กล่าวว่า ในอดีตที่มีการต่ออายุอัตโนมัติให้กับผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน ซึ่งทำให้ค่าไฟฟ้าแพงเกินจริง ปัจจุบันมีการตั้งคณะกรรมการร่วมกับสำนักงานอัยการ เพื่อทบทวนและยกเลิกการต่ออายุอัตโนมัตินี้ เพื่อเปลี่ยนไปใช้ระบบ Feed-in Tariff (FIT) ที่สะท้อนต้นทุนจริง (เช่น โซลาร์เดิมรับซื้อ 3 บาทต่อหน่วย แต่เรต FIT ใหม่ปรับลดลงเหลือ 2 บาทต่อหน่วย)
“ยืนยันว่าการทบทวนสัญญาแอดเดอร์ผมไม่ต้องกลัวถูกฟ้อง เพราะที่ผ่านมาผมถูกฟ้องมาแล้วหลายเรื่อง และทุกเรื่องที่กำลังดำเนินการ เป็นเหตุเป็นผลที่เหมาะสมและทำด้วยความชอบธรรม หากผู้ประกอบการยอมลดราคาลงมาก็อาจมีการซื้อไฟฟ้าต่อ แต่หากไม่ยอมก็จำเป็นต้องยกเลิกแอดเดอร์”
พร้อมกันนี้ กระทรวงพลังงาน กำลังปรับปรุงประสิทธิภาพไฟฟ้าสาธารณะและไฟทางสาธารณะ โดยจะเปลี่ยนมาใช้หลอด LED เพื่อลดความสูญเสียในระบบ เนื่องจากปัจจุบันความสูญเสียเหล่านี้ ถูกผลักภาระไปชาร์จรวมในค่าไฟฟ้า ของประชาชนสูงถึง 10-20 สตางค์ต่อหน่วย รวมทั้งจัดการค่าพร้อมจ่าย (AP) โดยแก้ไขปัญหาการคำนวณคาดการณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าในอดีตที่สูงเกินจริง จนต้องทำสัญญาจ้างเอกชน เตรียมพร้อมผลิตไฟฟ้าสำรอง แม้ไม่ได้จ่ายไฟฟ้าจริง แต่ประชาชนต้องแบกรับค่าใช้จ่ายส่วนนี้.