“มงคลกิตติ์” ยื่นหนังสือ กกต. สกัดอำนาจเก่าครอบงำการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. พร้อมจี้เปิดไลฟ์สดช่วงนับคะแนนป้องกันบัตรเขย่ง


วันที่ 17 มิถุนายน 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ประธานกลุ่มกรุงเทพบินได้ เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อนำเสนอแนวทางการบริหารจัดการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ให้มีความโปร่งใส สุจริต เที่ยงธรรม และสามารถตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอนการดำเนินงาน

นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า ในศึกเลือกตั้งครั้งนี้กลุ่มกรุงเทพบินได้ได้ส่งนายภาสพงศ์ ไชยวิริญะวาณิชย์ ลงสมัคร ซึ่งจากประสบการณ์ที่ตนเคยผ่านสนามเลือกตั้งระดับชาติมาแล้ว มองเห็นว่าการเลือกตั้ง กทม. มีหน่วยเลือกตั้งมากถึง 6,629 หน่วย ภายใต้การดูแลของ กกต.กทม. และต้องใช้กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) รวมกันกว่า 59,000 คน (หน่วยละ 9 คน) ซึ่งระบบการสรรหา กปน. ในรูปแบบเดิม ๆ อาจเปิดช่องให้กลุ่มอำนาจเก่าหรือเครือข่ายอิทธิพลในชุมชน ส่งคนของตัวเองเข้ามาควบคุมหน่วยเลือกตั้ง จนนำมาสู่ข้อกังขาเรื่องความเป็นกลาง

นายมงคลกิตติ์บอกต่อว่า ทางกลุ่มกรุงเทพบินได้จึงมีข้อเสนอแนะไตรภาคีให้ กกต. ปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์ประกอบของ กปน. ทั้ง 9 คนต่อหน่วยใหม่ทั้งหมด โดยจำแนกสัดส่วนอย่างละ 1 คน ดังนี้ สายการศึกษา 3 คน ครูสังกัด สพฐ. 1 คน, ครูโรงเรียนเอกชน 1 คน และครูสังกัดอาชีวศึกษา (สอศ.) 1 คน สายความมั่นคง 3 คน ทหารบก 1 คน, ทหารเรือ 1 คน และทหารอากาศ 1 คน สายเยาวชน/คนรุ่นใหม่ 3 คน นักศึกษาระดับปริญญาตรี 1 คน, นักศึกษาอาชีวศึกษา 1 คน และนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 อีก 1 คน

“บุคคลตามโครงสร้างใหม่ที่เสนอมานี้ทั้งหมด จะต้องเป็นผู้ที่ไม่อยู่ในสังกัดของกรุงเทพมหานคร เพื่อตัดวงจรข้อครหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน การถูกครอบงำ หรือการเอื้อประโยชน์ให้ผู้สมัครรายใดรายหนึ่งจากกลุ่มอิทธิพลในพื้นที่ และจะช่วยเรียกความเชื่อมั่นจากประชาชนผู้ไปใช้สิทธิได้อย่างแท้จริง” นายมงคลกิตติ์ ระบุ

...

นอกจากนี้ นายมงคลกิตติ์ ยังได้ยื่นข้อเสนอเพิ่มเติมอีก 3 ประเด็นสำคัญ เพื่อยกระดับความโปร่งใส ประกอบด้วยเปิดประตูให้ผู้สังเกตการณ์ของผู้สมัครจากทุกค่ายการเมือง เข้าประจำการอย่างน้อยหน่วยละ 2 คน เพื่อเกาะติดกระบวนการตั้งแต่เปิดหีบ ตรวจบัตร ลงคะแนน ปิดหีบ ไปจนถึงการนับคะแนน โดยต้องจัดที่ให้อยู่ในระยะที่สายตามองเห็นการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ได้อย่างชัดเจน และเสนอให้ผู้สังเกตการณ์สามารถใช้โทรศัพท์มือถือบันทึกวิดีโอ หรือไลฟ์สดผ่านโซเชียลมีเดียในระหว่างการนับคะแนนรายหน่วยได้ทันที เพื่อป้องกันการขานคะแนนผิดหมายเลข หรือขานบัตรดี-บัตรเสียอย่างไม่เป็นธรรม เมื่อนับคะแนนเสร็จสิ้นและ กปน. บันทึกผลลงเอกสารรายงานเรียบร้อยแล้ว ต้องเปิดโอกาสให้ผู้สังเกตการณ์ถ่ายภาพเอกสารชุดนั้นไว้ทันที เพื่อนำไปคัดค้านและเปรียบเทียบกับผลการรวมคะแนนรวมของ กกต.ส่วนกลาง สกัดปัญหาเรื่องคะแนนเขย่งที่เคยเป็นประเด็นร้องเรียนในอดีต

นายมงคลกิตติ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า หาก กกต. ยอมเปิดใจให้ทุกฝ่ายร่วมตรวจสอบกระบวนการเลือกตั้งได้อย่างเสรีและโปร่งใส ไม่เพียงแต่จะช่วยสร้างความมั่นใจให้สังคมและลดข้อพิพาทหลังปิดหีบเท่านั้น แต่ยังเป็นการเซฟตัวกรรมการ กกต. รวมถึงเจ้าหน้าที่ กปน. ทุกคน ไม่ให้ต้องเสี่ยงถูกกล่าวหาหรือโดนฟ้องร้องดำเนินคดีจากความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นในภายหลังอีกด้วย