“บ้านสมเด็จโพล” เผยคนกรุงเทใจให้ “ไทยช่วยไทยพลัส” ปลื้มช่วยลดค่าครองชีพ-กระตุ้นโชห่วยโต ยอดพึงพอใจพุ่ง 55.4%


วันที่ 17 มิถุนายน 2569 บ้านสมเด็จโพลเปิดเผยผลสำรวจเสียงสะท้อนของประชาชนที่มีต่อโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” (มาตรการรัฐช่วยจ่าย 60% และประชาชนจ่าย 40%) พบกระแสตอบรับดีเยี่ยม คนกรุงเทพฯ เทใจชอบมากกว่าโครงการคนละครึ่งในอดีต ชี้ช่วยชุบชีวิตร้านค้าชุมชนและลดภาระค่าครองชีพได้จริง แต่ยังมีเสียงร้องเรียนปัญหาร้านค้าฉวยโอกาสขึ้นราคา

จากการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของรัฐบาลผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ผลสำรวจระบุว่า กลุ่มตัวอย่างคนกรุงเทพฯ มีความพึงพอใจต่อโครงการนี้ในระดับ "มาก" สูงถึงร้อยละ 55.4 และเมื่อให้เปรียบเทียบกับโครงการ "คนละครึ่ง" ในอดีต พบว่าประชาชนถึงร้อยละ 46.9 เทใจชอบโครงการไทยช่วยไทยพลัสรูปแบบใหม่นี้มากกว่าอย่างชัดเจน

ในด้านการช่วยลดค่าใช้จ่าย ประชาชนร้อยละ 37.1 ชี้ว่าโครงการนี้สามารถช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้ในระดับ "มากที่สุด" โดยส่งผลดีต่อสภาพคล่องทางการเงินอย่างเห็นได้ชัด คือ ทำให้สามารถซื้อของใช้ได้ในปริมาณที่มากขึ้นกว่าเดิม (ร้อยละ 33.2) ทำให้มีเงินเหลือพอไปจ่ายบิลค่าน้ำ ค่าไฟ หรือหนี้สินได้ตรงเวลา (ร้อยละ 25.4) และเมื่อประชาชนสามารถประหยัดค่าอาหารและสินค้าจากโครงการนี้ได้แล้ว เงินส่วนที่เหลือส่วนใหญ่ร้อยละ 53.7 จะถูกนำไปใช้จ่ายซื้อสินค้าจำเป็นอื่น ๆ เพิ่มเติม และอีกร้อยละ 20.7 เลือกที่จะนำเงินส่วนนี้ไปเก็บออม

โพลยังระบุด้วยว่า โครงการนี้ยังสามารถขับเคลื่อนและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยส่งผลให้ประชาชนถึงร้อยละ 44.8 เปลี่ยนพฤติกรรมหันมาเลือกซื้อสินค้าจากร้านค้ารายย่อยและตลาดสด แทนการเดินเข้าห้างสรรพสินค้าหรือร้านสะดวกซื้อขนาดใหญ่ สำหรับประเภทสินค้าที่ประชาชนนิยมใช้สิทธิมากที่สุด 3 อันดับแรก คือ อาหารปรุงสำเร็จ / อาหารตามสั่ง / เครื่องดื่ม (ร้อยละ 33.9) ของใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น สบู่ ยาสีฟัน ผงซักฟอก (ร้อยละ 31.3) วัตถุดิบในการทำอาหาร เช่น เนื้อสัตว์ ผัก และผลไม้ (ร้อยละ 29)

...

สำหรับเสียงสะท้อนต่อปัญหาที่เกิดขึ้น โพลระบุว่า มีประชาชนถึงร้อยละ 26.7 ที่ต้องเผชิญปัญหาร้านค้าฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาสินค้าหรือคิดค่าบริการเพิ่มขึ้นอย่างไม่เป็นธรรม ตามมาด้วยปัญหาระบบแอปพลิเคชันขัดข้อง สแกนจ่ายเงินยาก หรือระบบทำงานล่าช้า อีกร้อยละ 18