“หมอวรงค์” ค้านมติ กมธ.กิจการสภา คงบำนาญอดีต สส.-ผู้ช่วย 8 คน ย้ำเอาเปรียบประชาชน เอาภาษีไปดูแลพวกสอบตก แฉผลพวงการเมืองบ้านใหญ่คือเผด็จการรูปแบบหนึ่ง 


เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 17 มิ.ย. 2569  ที่รัฐสภา  นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคไทยภักดี แถลงถึงกรณีคณะกรรมาธิการ(กมธ.)กิจการสภา สภาผู้แทนราษฎร มีมติให้ทบทวนบำนาญอดีตสมาชิกรัฐสภาตลอดชีพ โดยมีระยะเวลาการดำรงตำแหน่งรวมทุกวาระตั้งแต่ 48 เดือนหรือ 4 ปี รวมถึงการคงไว้ของจำนวนผู้ช่วยสส. 8 คน ว่า ตนไม่เห็นด้วย ยืนยันว่าทั้ง สส. และ สว.ส่วนใหญ่ที่อ้างว่าเป็นตัวแทนของประชาชนอาสามาปกป้องดูแลผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน แต่สุดท้ายก็ทำเพื่อประโยชน์ส่วนตัวและพวกพ้อง ไม่ว่าจะเป็นพรรคใหญ่ คนรุ่นใหญ่ คนรุ่นใหม่ คนรุ่นเก่า เอาหมด นี่คือผลประโยชน์ ซึ่งบทสรุปของคณะกรรมาธิการกิจการสภา ถือว่าฝ่าฝืนความรู้สึกของประชาชน  ตนขอขยายให้เห็นภาพว่า ผลประโยชน์เหล่านี้ล้วนมีรากฐานมาจากเรื่องการเมืองบ้านใหญ่ทั้งสิ้น ที่เข้ามามีอิทธิพลทางการเมือง เพื่อให้ดูแลหัวคะแนน แม้แต่สส.ที่เข้ามาทำหน้าที่ในสภาฯ  ทุนบ้านใหญ่ก็ยังเลี้ยงดู สส. โดยยังได้รับเงินเป็นรายเดือน จึงไม่แปลกใจที่สส.เหล่านี้ เมื่อถึงเวลาต้องโหวต ก็โหวตตามใบสั่งนายทุนบ้านใหญ่ หรือคนที่ดูแลรายเดือน  ไม่ได้โหวตตามใจพี่น้องประชาชน  ขอท้าว่า กล้าปฏิเสธหรือไม่ว่า มีนายทุนบ้านใหญ่ยังจ่ายเงินดูแลรายเดือนให้กับสส.ที่ขณะนี้เป็นสส.อยู่ในสภา แต่วันใดที่เขาหมดตำแหน่งหน้าที่สอบตก  เขาก็ต้องไปแบมือขอ จึงต้องใช้วิธีการเอาภาษีของประชาชนมาดูแล สส.ที่สอบตก ที่ไม่ได้มีบทบาทหน้าที่ต่อไป ในรูปการจัดตั้งกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา เข้ามาดูแลแทนผ่านการให้สิทธิประโยชน์ที่เกินจำเป็นต่างๆ 

...

    

นพ.วรงค์ กล่าวอีกว่า  ส่วนการทบทวนโดยการคงไว้ของตำแหน่ง ของผู้ช่วยสส. 8 คน ก็เป็นผลพวงมาจากบ้านใหญ่ ทุนบ้านใหญ่ของพรรคการเมืองโดยมีการเรียกตำแหน่งจาก 8 คน นี้ไปเป็นโควต้าของส่วนกลาง เพื่อไปดูแลผู้สมัครคนอื่นที่สอบตก เพื่อที่จะไม่ต้องจ่ายเงินมากโดยเอาภาษีของประชาชนมาจ่ายแทน แม้แต่สว.ที่สังกัดค่ายสีต่างๆ ก็ถูกดึงผู้ช่วยไปให้กับบ้านใหญ่ เพื่อที่บ้านใหญ่ไม่ต้องจ่ายเงิน ซึ่งตนขอคัดค้านเพราะถือว่า การเมืองระบบบ้านใหญ่คือเผด็จการรูปแบบหนึ่งที่ไม่ตอบสนองประชาชน แต่การเลือกตั้งมักจะอ้างประชาชน สุดท้ายการให้ทุนของระบบบ้านใหญ่ก็คือพรรคการเมือง จึงขอเรียกร้องให้ สส.ทุกคน ให้เสียสละเพราะคุณคือตัวแทนของประชาชน แต่ทำไมไม่ตอบสนองประชาชน และที่กมธ.กิจการสภา จะตั้งคณะอนุกมธ.ขึ้นมาศึกษาในเรื่องนี้ ที่มีสส.อยู่ด้วย นั้นถือว่าไม่เป็นธรรม เพราะมีผลประโยชน์ทับซ้อน ทางออกที่ดีที่สุด คือต้องถามประชาชน จึงขอเรียกร้องให้ประธานสภาฯ สอบถามไปยังประชาชนว่าคิดอย่างไร ต้องการให้สส.มีบำนาญเลี้ยงดูตลอดชีวิต และต้องมีผู้ช่วยสส. 8 คนหรือไม่ เพราะจากที่ตรวจสอบข้อมูลในสภา พบว่ามีสส.หลายคนที่มีจิตสำนึกที่ดี ตั้งผู้ช่วยสส.ไม่เกิน 3 คน เช่นเดียวกับตน  และขอให้ กมธ.กิจการสภา เห็นสมควรตั้งงบฯดูแลอาหารให้กับข้าราชการสภา โดยไม่เชื่อมโยงกับการยกเลิกอาหารของสส.โดยเฉพาะอาหารมื้อเย็นในวันที่มีการประชุมสภามืดค่ำ ที่สภาจะต้องดูแลเจ้าหน้าที่  ซึ่งเรื่องนี้ตนเห็นด้วยว่าไม่ควรที่จะนำมาปะปนกับอาหารของสส.