“พิพัฒน์” เป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร อุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่ “สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ” สิ้นพระชนม์ วาระครบ 7 วัน นำ ครม. - ข้าราชการ ตักบาตรที่ทำเนียบฯ
เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 17 มิถุนายน 2569 ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร (7 วัน) เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยมีคณะรัฐมนตรี (ครม.) รวมถึง นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการและเจ้าหน้าที่หน่วยงานในทำเนียบรัฐบาล และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมพิธี และมี สมเด็จพระพุฒาจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก และเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์
...
โดยพิธีวันนี้ ประธานฝ่ายฆราวาสได้จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย และจุดเครื่องทองน้อยเบื้องหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ก่อนประกอบพิธีสงฆ์ โดยมีพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ จำนวน 10 รูป เจริญพระพุทธมนต์ จากนั้น ประธานฝ่ายฆราวาส พร้อม ครม. ถวายไทยธรรมและภัตตาหารแด่พระสงฆ์ และประกอบพิธีทอดผ้าไตรบังสุกุล ก่อนร่วมเจริญจิตภาวนา เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศล และกรวดน้ำรับพร ซึ่งภายหลังเสร็จสิ้นพิธีบำเพ็ญกุศล นายพิพัฒน์ พร้อมผู้เข้าร่วมพิธี ร่วมพิธีตักบาตรถวายพระกุศล พระสงฆ์ 20 รูป ณ บริเวณหน้าตึกสันติไมตรีและหน้าตึกไทยคู่ฟ้า
สำหรับพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร เป็นพิธีบำเพ็ญพระกุศลตามราชประเพณีและหลักพระพุทธศาสนา ซึ่งจัดขึ้นในวาระครบ 7 วันนับแต่วันสิ้นพระชนม์ เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศล น้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณและพระกรณียกิจของพระองค์ ตลอดจนเป็นการสืบสานขนบธรรมเนียมและพระราชพิธีอันเป็นแบบแผนสืบมา โดยคำว่า “สัตตมวาร” หมายถึง วาระครบ 7 วัน อันเป็นกำหนดสำคัญของการประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลตามราชประเพณี
ทั้งนี้ ครม. มีมติเห็นชอบให้จัดพิธีบำเพ็ญกุศลในวาระครบ 7 วัน (สัตตมวาร) ครบ 15 วัน (ปัณรสมวาร) ครบ 50 วัน (ปัญญาสมวาร) และครบ 100 วัน (สตมวาร) แห่งการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยจัดพิธีทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และต่างประเทศ ซึ่งในส่วนของรัฐบาลจัดพิธี ณ ทำเนียบรัฐบาล