“ไชยชนก” ยินดีฝ่ายค้านสอบ “TH-AI Passport” ยื่นได้เลยไม่ต้องรอเริ่มโครงการ ลั่น รมต. อยู่ระดับมอบนโยบาย ไม่เกี่ยวจัดซื้อจัดจ้าง เป็นหน้าที่ข้าราชการประจำ ยันตรวจสอบแล้วคุ้มค่าทั้งรัฐ-ประชาชน


วันที่ 17 มิถุนายน 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านจะยื่นตรวจสอบโครงการ “TH-AI Passport” ทันทีที่มีการเปิดให้ลงทะเบียน ว่า สามารถยื่นได้เลย ไม่ต้องรอให้โครงการเริ่ม ตอนนี้ได้ให้ปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบแล้ว พบว่าถูกต้องตามระเบียบทุกอย่าง จึงถือเป็นเรื่องที่ตนไม่กังวล

กรณีที่ฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตโครงการลักษณะนี้ หากมีข้อผิดพลาดผู้ที่รับผิดชอบคือข้าราชการประจำ แต่ในโครงการนี้รัฐมนตรีจะรับผิดชอบด้วยหรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า ต้องดูตามสัดส่วนที่มีความเกี่ยวข้อง สำหรับตนเข้ามาดูเรื่องการมอบนโยบาย พร้อมตรวจสอบและรับฟังความเห็นเพิ่มเติม แม้กระทั่งทำประชาพิจารณ์มาแล้ว แนะนำข้อมูลไปเจรจาภาครัฐเพื่อให้มั่นใจว่าภาครัฐได้ประโยชน์เพิ่มขึ้น งบประมาณถูกใช้อย่างคุ้มค่า และโครงการเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล ส่วนอื่นที่มีความกังวล ก็ต้องเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการ 

“ส่วนตัวคิดว่านโยบายคือรัฐมนตรีไม่สามารถเข้ามาแทรกแซงในเรื่องของกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างได้ แล้วจะให้รัฐมนตรีมาร่วมรับผิดชอบด้วย ผมว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ต้องดูตามความเหมาะสม แต่ผมยืนยันไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ข้อสงสัยต่างๆ มีการสั่งการให้ตรวจสอบ และข้าราชการที่เกี่ยวข้องได้ยืนยันแล้ว ผมก็เชื่อมั่นตามที่เขายืนยัน”

เมื่อถามย้ำว่าหากฝ่ายค้านจะเดินหน้าตรวจสอบโครงการนี้ ยินดีใช่หรือไม่ นายไชยชนก ตอบว่า ต้องมีการตรวจสอบอยู่แล้ว และจริงๆ ต้องขอบคุณฝ่ายค้าน ทุกอย่างต้องมีการตรวจสอบอยู่แล้ว แต่ไม่มีทางเป็นไปได้ที่รัฐมนตรีจะรู้ทุกขั้นตอน ทุกรายละเอียดของโครงการ จึงชอบให้มีการตรวจสอบเพื่อให้ทุกโครงการที่ทำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ 

...

ผู้สื่อข่าวถามต่อ ที่ผ่านมาถูกโจมตีในประเด็นนี้เยอะ มองว่าเป็นเรื่องการเมืองหรือไม่ นายไชยชนก ระบุว่า ตอนแรกคิดว่าเป็นประเด็นการเมืองอย่างเดียว เพราะเริ่มจากคำถามว่าใช้งบประมาณคุ้มค่าหรือไม่ เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพหรือไม่ พอมาถึงจุดนี้ก็เห็นแล้วว่าผลิตภัณฑ์มีคุณภาพและใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า สุดท้ายก็ถูกโยกไปตั้งคำถามที่ TOR เมื่อเห็นว่าทำตามระเบียบก็ไปพูดเรื่องภาคเอกชน จึงต้องติดตามดู แต่ยังยืนยันว่านโยบายที่มอบไปยึดประโยชน์ของประชาชน ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการเจรจาเรื่องราคาให้จ่ายตามจริง หากลงทะเบียนแล้ว 5 ล้านสิทธิ แต่มีบางคนไม่ได้ใช้งาน ก็ไม่จำเป็นต้องจ่ายงบประมาณ 1,600 ล้านบาท คิดว่าทุกอย่างเป็นไปในทางที่รัฐและประชาชนได้ประโยชน์เพิ่มขึ้น จึงยืนยันในสิ่งนี้

ขณะที่มีการตั้งคำถาม ไม่อยากให้รัฐมนตรีโยนหรือผลักภาระให้กับข้าราชการประจำหากต้องรับผิดชอบนั้น นายไชยชนก กล่าวว่า ไม่ใช่การโยน เรามีสัดส่วนที่ต้องรับผิดชอบไม่เหมือนกัน สำหรับรัฐมนตรีคือการมอบนโยบายและติดตามว่าโครงการที่ทำอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นไปตามนโยบายรัฐบาล พร้อมย้ำว่าในเมื่อรัฐมนตรีไม่ควรเข้าไปเกี่ยวข้องกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง เราก็ไม่ควรเข้าไปเกี่ยวข้อง.