ภท. ชงแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา ยกเลิกหมวดปฏิรูปประเทศชี้ขัดขวางการแก้ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ย้อนเกล็ด “เสรีพิศุทธ์” คดีรุกแม่น้ำแควน้อย
วันที่ 16 มิถุนายน 2569 ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ และฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมพรรคว่า พรรคมีมติเห็นชอบให้ดำเนินการเสนอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยเป็นรายมาตรา ใน 2 ประเด็นสำคัญ ประกอบด้วยการยกเลิกหมวดที่ว่าด้วยการปฏิรูปประเทศ เนื่องจากในสถานการณ์ปัจจุบัน มิติทางด้านภูมิรัฐศาสตร์โลกและปัจจัยแวดล้อมมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การคงหมวดการปฏิรูปประเทศไว้ในรัฐธรรมนูญแบบตายตัว ยิ่งทำให้รัฐบาลและกลไกแกนหลักไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับประเทศได้อย่างทันท่วงทีและยืดหยุ่น
การเพิ่มอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มีอำนาจในการตรากฎหมายเพื่อจัดเก็บภาษีท้องถิ่นเอง โดยจะมีการเขียนบัญญัติในมาตรา 3 เพิ่มเติม เพื่อเปิดโอกาสให้ท้องถิ่นนำเงินภาษีที่จัดเก็บได้ไปบริหารและพัฒนาพื้นที่ของตนเองได้อย่างแท้จริง ซึ่งอุปสรรคสำคัญของการกระจายอำนาจที่ผ่านมาคือเรื่องของงบประมาณแผ่นดินที่มีจำกัด มาตรการนี้จึงจะช่วยทลายข้อจำกัดดังกล่าว
นายศุภชัย ยืนยันว่า การยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้เป็นการแก้ไขแบบ "รายมาตรา" ซึ่ง สส. สามารถกระทำได้ตามสิทธิทางกฎหมาย และไม่มีความจำเป็นต้องจัดทำประชามติ โดยพรรคภูมิใจไทยจะเสนอเรื่องดังกล่าวต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรในเร็ว ๆ นี้ แม้ว่าในสมัยประชุมนี้อาจพิจารณาไม่ทันเนื่องจากกรอบเวลา แต่ในสมัยประชุมหน้าจะสามารถบรรจุวาระและดำเนินการพิจารณาต่อได้ทันที
นอกจากนี้นายศุภชัยยังได้กล่าวถึงกรณีข้อพิพาทที่ดินเขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์ โดยตั้งคำถามไปถึง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย และนายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ "ทนายอั๋น" ที่ยังคงเคลื่อนไหวในประเด็นนี้ไม่ยอมหยุดว่า ปัจจุบันผู้ที่อธิบายข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเกี่ยวกับที่ดินเขากระโดงได้ชัดเจนที่สุดคือ นายชนินทร์ แก่นหิรัญ ทนายความ ที่ออกมาโพสต์ชี้แจงขั้นตอน พยานหลักฐาน และข้อกฎหมายผ่านเฟซบุ๊กทุกวัน ตนจึงอยากเรียกร้องให้ทั้ง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ และทนายอั๋น เข้าไปศึกษาข้อมูลเหล่านั้น หากเห็นว่าข้อมูลของทนายชนินทร์ไม่ถูกต้องตรงไหนก็ให้เอาหลักฐานมาหักล้างโต้แย้งกันด้วยข้อเท็จจริง ไม่ใช่ดีแต่โหนกระแสคำพิพากษาเดิมเพื่อหวังผลทางการเมืองไปวัน ๆ จนทำให้ประชาชนที่ติดตามหลงเชื่อข้อมูลที่คลาดเคลื่อน
...
นายศุภชัยยังกล่าวพาดพิง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ถึงคดีความในอดีตว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ไม่เคยพูดถึงกรณีที่ตนเองเคยถูกฟ้องร้องจากการนำดินและหินไปถมพื้นที่ริมแม่น้ำแควน้อย จังหวัดกาญจนบุรี กว่า 1,500 ตารางเมตร ซึ่งคดีดังกล่าวศาลไม่เชื่อว่าเป็น “ที่งอกริมตลิ่ง” ตามที่กล่าวอ้าง แต่เป็นการรุกล้ำลำน้ำ ผิด พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย จนศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดสั่งให้รื้อถอน
“อยากฝากบอก พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ว่า กรณีที่แม่น้ำแควน้อย วันนี้ท่านทำตัวเหมือนคนทรงศีล เคร่งครัดในศีลธรรมอันบริสุทธิ์เที่ยวตรวจสอบคนอื่น แต่ขอถามกลับว่า สิ่งที่ท่านทำจนศาลตัดสินให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำลำน้ำแบบนั้น ในความหมายของท่านเรียกว่าโกงหรือไม่โกง” นายศุภชัย กล่าว