“หม่อมกร” ลุยหาเสียงสลัมคลองเตย ชี้ระบบสาธารณสุขปฐมภูมิมีช่องว่างขนาดใหญ่ ปล่อยบุคลากรสมองไหล
วันที่ 16 มิถุนายน 2569 ที่ชุมชนคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 1 ได้ลงพื้นที่เดินเท้าหาเสียงพบปะพี่น้องประชาชนเพื่อแนะนำตัวและนำเสนอนโยบาย บรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น โดย ม.ล.กรกสิวัฒน์ ได้แวะทักทายสอบถามสารทุกข์สุกดิบกับผู้สูงอายุตามบ้านเรือนและร้านค้าในชุมชนอย่างเป็นกันเอง พร้อมทั้งรับฟังปัญหาความเดือดร้อนที่ชาวบ้านอยากให้เร่งแก้ไข
ม.ล.กรกสิวัฒน์ เปิดเผยภายหลังการลงพื้นที่ว่า ตนรู้สึกกังวลใจเป็นอย่างมากต่อสถานการณ์ความเป็นอยู่ของผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และผู้พิการจำนวนมากในชุมชนคลองเตยที่ยังเข้าไม่ถึงระบบสาธารณสุขอย่างเพียงพอ ที่ผ่านมาเรามักจะพูดถึงกรุงเทพฯ ในฐานะ "เมืองอัจฉริยะ" (Smart City) แต่ในความเป็นจริง กลุ่มเปราะบางและผู้ป่วยติดเตียงเหล่านี้กลับยังไม่สามารถเข้าถึงระบบการแพทย์ทางไกล หรือ Telemedicine ผ่านการวิดีโอคอลได้อย่างทั่วถึง ซึ่งนี่สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่าระบบสาธารณสุขระดับปฐมภูมิของ กทม. ยังมีช่องว่างสำคัญที่ต้องรีบอุดรอยรั่ว
ม.ล.กรกสิวัฒน์ ระบุว่า ต้นตอสำคัญของปัญหามาจากการจัดสรรงบประมาณของกรุงเทพมหานครในช่วงที่ผ่านมา ที่มุ่งเน้นการลงทุนในอภิมหาโครงการด้านโครงสร้างพื้นฐานและการก่อสร้างอาคารต่าง ๆ มากเกินไป จนละเลยการลงทุนด้านบุคลากรทางการแพทย์ระดับปฐมภูมิ ส่งผลให้สวัสดิการและค่าตอบแทนของหมอและพยาบาลในชุมชนไม่เพียงพอ นำไปสู่ปัญหาการแห่ลาออกและการขาดแคลนกำลังคน เมื่อบุคลากรลดลง ระบบการดูแลผู้ป่วยเชิงรุกในชุมชนจึงได้รับผลกระทบตามไปด้วย
...
เพื่อแก้ปัญหานี้อย่างยั่งยืน ม.ล.กรกสิวัฒน์ จึงได้ประกาศนโยบายเร่งด่วน 3 ด้าน เพื่อยกระดับการทำงานของศูนย์บริการสาธารณสุข กทม. และคลินิกชุมชนอบอุ่นด้วยการปฏิรูปโครงสร้างงบประมาณใหม่ ปรับลดงบประมาณการก่อสร้างอาคารและสิ่งปลูกสร้างที่เกินความจำเป็น แล้วโยกงบส่วนนั้นมาเพิ่มเป็นเงินสวัสดิการ ค่าตอบแทน และความก้าวหน้าทางวิชาชีพของบุคลากรทางการแพทย์ระดับปฐมภูมิ เพื่อยับยั้งปัญหาภาวะสมองไหลและแก้การขาดแคลนบุคลากร
เร่งเพิ่มจำนวนอาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร (อสส.) ให้ครอบคลุมทุกตรอกซอกซอย พร้อมพัฒนาทักษะ จัดหาเครื่องมือสนับสนุน และผลักดันการใช้ระบบแพทย์ทางไกล (Telemedicine) ผ่านการวิดีโอคอล เพื่อให้สามารถดูแลรักษาผู้ป่วยติดเตียงและผู้พิการได้ถึงเตียงนอนอย่างทั่วถึง บูรณาการแพทย์แผนไทยสู่ชุมชน ดึงบทบาทของการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกเข้ามาเสริมทัพในศูนย์บริการสาธารณสุขและคลินิกชุมชนอบอุ่น เพื่อช่วยสนับสนุนการฟื้นฟูสมรรถภาพทางร่างกายและการดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งจะช่วยลดภาระงานอันหนักอึ้งของแพทย์แผนปัจจุบันได้อีกทางหนึ่ง
“ถ้าผมได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนให้เข้าไปทำหน้าที่ผู้ว่าฯ กทม. เงินภาษีของพวกท่านทุกคนจะต้องถูกนำมาใช้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยตรง เราจะดูแลคนทำงานที่เป็นบุคลากรทางการแพทย์ และทำให้คนกรุงเทพฯ ทุกคนเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพได้อย่างเท่าเทียมกัน ผมมองว่าเรื่องระบบสุขภาพปฐมภูมิของ กทม. วันนี้ถึงเวลาต้องนับ 1 ใหม่ และผมพร้อมจะทำทันทีหากได้รับโอกาส” ม.ล.กรกสิวัฒน์ กล่าวเน้นย้ำในช่วงท้าย