ประธาน กมธ.ป.ป.ช. สภาฯ เตรียมนำคณะลงภูเก็ต ตรวจสอบปมผู้มีอิทธิพลฮุบหาดฟรีดอม แฉมีเจ้าหน้าที่รัฐหลายหน่วยงานเอี่ยวทุจริต


วันที่ 16 มิถุนายน 2569 นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร แถลงถึงความคืบหน้าการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการบุกรุกพื้นที่สาธารณะและหาดท่องเที่ยวชื่อดัง โดยเปิดเผยว่า จากการหารือร่วมกันในคณะกรรมาธิการ ได้ข้อสรุปว่าจะนำคณะลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่จังหวัดภูเก็ต ในวันที่ 26-27 มิถุนายน 2569 นี้ โดยเป้าหมายหลักจุดแรกคือ “หาดฟรีดอม” นอกจากนี้ยังมีข้อมูลร้องเรียนในอีกหลายพื้นที่ซึ่งยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดในขณะนี้

นายอาสพลธ์ กล่าวว่า เรื่องร้องเรียนที่ส่งมาถึง กมธ. แยกออกเป็น 2 ส่วนสำคัญ ส่วนแรกคือ กรณีผู้มีอิทธิพลและกลุ่มทุนเข้าไปบุกรุกที่ดินของรัฐ เช่นที่หาดฟรีดอม ซึ่งเดิมทีเคยมีการออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบและถูกสั่งเพิกถอนไปแล้ว แต่ปัจจุบันกลับปรากฏภาพเอกชนและผู้มีอิทธิพลรายเดิมยังคงเข้าครอบครองและทำมาหากินสร้างผลประโยชน์ในพื้นที่ได้อย่างหน้าตาเฉย ทำให้ กมธ. ต้องลงไปตรวจสอบอย่างจงหนักว่า เหตุใดหน่วยงานรัฐในพื้นที่ถึงปล่อยปละละเลย ส่วนที่สองคือ การขยายผลการตรวจสอบไปยังพื้นที่ข้างเคียง เช่น จังหวัดพังงา ซึ่งได้รับรายงานว่ามีพฤติการณ์โมเดลทุจริตฮุบที่ดินหลวงในลักษณะเดียวกันกับจังหวัดภูเก็ต

เมื่อถามถึงจำนวนข้าราชการที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการนี้ นายอาสพลธ์ ระบุว่า จากข้อมูลเบื้องต้นพบว่ามีข้าราชการเอี่ยวด้วย “พอสมควร” และไม่ได้มาจากหน่วยงานเดียว มีลักษณะพัวพันกันหลายส่วน ทั้งการทุจริตโดยตรงและการประพฤติมิชอบ เช่น การละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ (มาตรา 157) ตอนนี้ยังบอกชื่อหรือรายละเอียดลึก ๆ ไม่ได้ เพราะเรื่องนี้แรงมาก ถึงขนาดมีข้าราชการบางกระทรวงเริ่มคิดสั้นกันแล้วหลังจากรู้ว่า กมธ. กำลังไล่บี้ตรวจสอบ

...

ประธาน กมธ.ป.ป.ช. ย้ำในช่วงท้ายว่า หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจลงพื้นที่เก็บข้อมูลหลักฐานภาคสนามแล้ว ทาง กมธ. จะรวบรวมพยานเอกสารทั้งหมดทำรายงานอย่างเป็นทางการ เพื่อส่งตรงไปยังหน่วยงานตรวจสอบและปราบปรามหลักของประเทศ ทั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.), สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.), กระทรวงมหาดไทย, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, สำนักงานอัยการสูงสุด รวมถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อดำเนินคดีทางกฎหมายและเอาผิดทางวินัยแก่เจ้าหน้าที่รัฐทุกคนที่เกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาดโฉดเฉา เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อไป