“ลิซ่า”ซัดปมย้ายฟ้าผ่าผู้ว่าฯ และ 2 รองภูเก็ต แค่ละครวัดพลัง ชี้ประชาชนอยากรู้ใครหนุนหลังข้าราชการให้ยิ่งใหญ่จนไม่กลัวใคร
วันที่ 16 มิถุนายน 2569 นางสาวภคมน หนุนอนันต์ ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร แถลงถึงกรณีคำสั่งโยกย้ายนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และสองรองผู้ว่าฯ ภูเก็ต (กลุ่มรองซีฟู้ด) หลังเกิดกรณีแชตหลุดว่า รัฐบาลไม่มีความจริงใจในการแก้ปัญหามาตั้งแต่แรก และตั้งข้อสังเกตว่าการสั่งย้ายผู้ว่าฯ ภูเก็ตในครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากมีประเด็นท้าทายว่า "เป็นรองผู้ว่าฯ จะมีอำนาจอะไรสั่งย้ายผู้ว่าฯ" จนสุดท้ายผู้ว่าฯ ถูกเด้งจริง ๆ เหมือนเป็นการพิสูจน์ว่าใครใหญ่ที่สุดและมีใครรู้สึกถูกหยามอำนาจหรือไม่ จนเรื่องราวกลายเป็นละครฉากใหญ่ที่ประชาชนดูออก
นางสาวภคมนกล่าวต่อว่า ตนมีข้อมูลและหลักฐานเด่นชัดเกี่ยวกับการเรียกรับผลประโยชน์ของกลุ่มข้าราชการในภูเก็ตที่มีมาตั้งแต่ปี 2566 แต่เหตุใดนายกรัฐมนตรีเพิ่งจะตื่นตัวมาสั่งย้ายในวันนี้ และ "รองซีฟู้ด" ก็เป็นที่รู้กันดีในพื้นที่ว่ายิ่งใหญ่และมีเส้นสายที่ไม่ธรรมดา วัฒนธรรมการลงโทษด้วยการ "เด้ง" ไปนู่นมานี่ไม่มีประชาชนคนไหนเชื่อถืออีกต่อไป
"หากนายกฯ มีความจริงใจต้องการถอนรากถอนโคน ควรสืบสวนให้ลึกและสาวไส้ออกมาให้หมดว่าผลประโยชน์มหาศาลนั้นเกี่ยวข้องกับใครบ้าง และใครเป็นคนหนุนหลังให้ข้าราชการกลุ่มนี้เติบโตจนไม่กลัวเกรงใคร แม้กระทั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก็เพิ่งจะรู้เรื่อง การแก้ปัญหาเพียงแค่ย้ายคู่กรณีไปจังหวัดนครศรีธรรมราชไม่ได้แปลว่ามาเฟียจะหมดไป แต่จะกลายเป็นการเวียนเด้งไปเรื่อย ๆ จนครบ 77 จังหวัด โดยต้นตอไม่เคยถูกแก้ไข ซึ่งเรื่องนี้จะต้องถูกนำไปซักถามอย่างเข้มข้นในที่ประชุมสภาฯ แน่นอน" นางสาวภคมนกล่าว
...
นอกจากนี้นางสาวภคมนยังได้กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีแชตหลุด “ช่วยน้ำเงินด้วย” ว่า ในสัปดาห์นี้ทาง กมธ.พัฒนาการเมืองฯ จะยังคงเดินหน้าหาข้อเท็จจริงต่อ โดยได้ทำการเชิญปลัดกระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าชี้แจง หลังจากครั้งที่ผ่านมา นายเลิศนรา นฤชา อธิบดีกรมการปกครอง ไม่ได้เดินทางมาด้วยตนเอง แต่ส่งรองอธิบดีมาซึ่งไม่สามารถตอบคำถามอะไรได้เลย และปัจจุบันอธิบดีรายดังกล่าวยังคงทำงานอยู่โดยไม่มีการตั้งคณะกรรมการสอบวินัยใด ๆ พร้อมกันนี้ ทาง กมธ. ยังได้เชิญคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มาร่วมชี้แจงในประเด็นการแทรกแซงเจ้าหน้าที่รัฐในการเลือกตั้งว่ามีความผิดอย่างไร และ กกต. จะมีแนวทางจัดการกับเรื่องนี้อย่างไรเพื่อความโปร่งใสต่อไป