“อรรษิษฐ์” แจงปมข่าวสะพัดปฏิเสธสัมภาษณ์สื่อฯ ย้ายด่วน 5 รองผู้ว่าฯ ใต้ ยันไม่ได้หนี แค่รีบขึ้นประชุม ครม. ให้ทันนายกฯ แจงยิบ ขยับ “โชตินรินทร์” นั่งผวจ.ภูเก็ต แทน  “ผู้ว่าฯ เซมเบ้” เพื่อผลประโยชน์ทางราชการ เปรียบมีเม็ดทรายในรองเท้า เดินไม่สะดวก ก็ต้องเอาออก 


ประชุม ครม. วันที่ 16 มิ.ย. 2569 นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ชี้แจง ถึงกรณีที่มีข่าวตนเองปฏิเสธการให้สัมภาษณ์สื่อ ปมคำสั่งโยกย้ายรองผู้ว่าราชการจังหวัดพื้นที่ภาคใต้ 5 คน สืบเนื่องจากการแก้ไขปัญหาผู้มีอิทธิพลในแต่ละพื้นที่ โดยยืนยันว่า ไม่ได้ปฏิเสธการให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด ข่าวที่ออกไปน่าจะคลาดเคลื่อน และไม่ถูกต้อง ทั้งนี้ตนเป็นหนึ่งในผู้เข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีในฐานะปลัดกระทรวงมหาดไทย และในช่วงเวลาดังกล่าว ถึงเวลาการประชุมคณะรัฐมนตรีซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้เดินขึ้นห้องประชุมแล้วด้วย ตนจึงต้อง ขออนุญาตขึ้นไปร่วมประชุมก่อน อย่างไรก็ตามการโยกย้ายดังกล่าว เพื่อให้การ บริหารราชการ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และเป็นประโยชน์ของทางราชการ



ต่อมานายอรรษิษฐ์ กล่าวถึงกรณี ครม. เห็นชอบแต่งตั้งนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ไปดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย  และแต่งตั้งนายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ไปดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตแทนว่า ที่จากกระแสข่าวในภูเก็ตเรื่องทุนเทา และผู้มีอิทธิพลเรียกรับผลประโยชน์ จึงมีการโยกย้ายเพื่อให้สถานการณ์นั้นคลี่คลาย โดยมีการปรับเปลี่ยนเพื่อประโยชน์ทางราชการ ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยเท่านั้นเอง โดยปรับคนที่เคยอยู่ ไปอยู่ในที่ที่ไม่ได้ห่างไกลอะไร และคนที่มาใหม่ก็จะได้เข้าไปช่วยแก้ปัญหา ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่กำหนดไว้ ทั้งเรื่องการปราบปรามผู้มีอิทธิพล และเรื่องอื่นในพื้นที่ที่ยังไม่เรียบร้อย

...


เมื่อถามว่าการย้ายผู้ว่าฯ ภูเก็ตรวมถึงอธิบดีกรมการปกครองสั่งย้ายปลัดจังหวัดภูเก็ต เกี่ยวเนื่องกันหรือไม่ นายอรรษิษฐ์ ปฏิเสธ พร้อมกล่าวว่า จากการติดตามประชุมเมื่อวานที่กระทรวงมหาดไทย ต้องการจะคลี่คลายปัญหาทุกอย่าง ยกตัวอย่างเช่นบางครั้งใส่รองเท้า มีเม็ดทรายในรองเท้า เราก็ลำบากที่จะเดิน บางทีต้องถอดออกมา เพื่อจะสวมเข้าไปใหม่ เพราะฉะนั้นคนที่ไปใหม่ ซึ่งไม่รู้ปัญหา ก็จะใช้ประสบการณ์ทั้งหมดเพื่อไปแก้ปัญหา แต่คนที่อยู่เก่าบางทีก็รู้แต่ปัญหา ปัญหาก็เลยไม่คลี่คลายสักที 


ส่วนการแก้ปัญหาที่ไม่สำเร็จ เกิดจากปัญหาส่วนตัว และเรื่องของผลประโยชน์ในพื้นที่หรือไม่ นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า การย้ายครั้งนี้ไม่มีเรื่องของผลประโยชน์อะไรเลย แต่ย้ายเพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ในภูเก็ตเดินต่อไปได้ และสิ่งที่มีปัญหาอยู่ต้องคลี่คลายโดยเร็วที่สุด พร้อมยอมรับว่า นายนิรัตน์ เป็นผู้อาวุโส และรู้ปัญหา แต่การแก้ปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเต็มที่ ขณะที่รองผู้ว่าฯ ภูเก็ต ก็ทำงานไม่เข้าทีม จึงต้องเปลี่ยนยกทีม เพื่อให้การแก้ปัญหาลุล่วงเท่านั้นเอง ทั้งนี้กรณีคณะกรรมการที่ผู้ว่าฯ ภูเก็ต คนก่อนตั้งสอบสวนเรื่องดังกล่าวไว้ ก็ดำเนินการต่อไป และให้รายงานมาที่กระทรวง ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีอะไร 


ส่วนที่มีคำสั่งย้าย เพราะกังวลว่านายกรัฐมนตรีจะสั่งตั้งกรรมการสอบตัวเองด้วยหรือไม่ นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า ตนไม่ได้กลัวอะไร ย้ำว่ามองเรื่องการปฏิบัติราชการเป็นสำคัญ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ถามตนว่าเรื่องราวทั้งหมดเป็นอย่างไร ตนก็แนะนำว่า สิ่งที่ดีที่สุดคือ การทำให้ปัญหาคลี่คลาย ซึ่งก่อนหน้านี้เราก็เห็น โพสต์ข่าวทุกวัน รองโน้นทะเลาะกับรองนี้ เดี๋ยวไอ้นั่นมีปัญหากับไอ้นี่ ฉะนั้นเราต้องคลี่คลายปัญหานี้ออกมา เชื่อมั่นได้เลยว่าการโยกย้ายเป็นเรื่องนี้จริงๆ 


ส่วนระยะเวลาการแก้ปัญหานั้น นายอรรษิษฐ์ ระบุว่า ผู้ว่าฯ ภูเก็ตคนใหม่ จะเข้าไปดู และเชื่อมั่นว่า ผู้ว่าฯ ภูเก็ต คนใหม่มีประสบการณ์ และได้ถูกเลือกแล้วจากกระทรวงมหาดไทย 


ส่วนกรณีรองผู้ว่าฯ ซีฟู้ด บอกว่าจะมีการชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร ได้มีการชี้แจงมาที่กระทรวงมหาดไทยหรือยัง  นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า ก็ต้องรอเขา เพราะเขาพูดเอง แต่ถึงอย่างไรแม้จะย้ายไปที่อื่นแล้ว ก็จะต้องสอบต่อไป แต่ก็ต้องรอว่าจะมีการรายงานมาเช่นไร และต้องดูว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป