“ศุภณัฐ” ยกบทเรียนฟุตบาทพังไร้เจ้าภาพ จี้ กทม. จัดทำ “Bangkok Asset Management Map” เปิดแผนที่ทรัพย์สินสาธารณะทั่วกรุง ยุติวงจรปัดความรับผิดชอบ
วันที่ 15 มิ.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กรุงเทพฯ เขต 9 พรรคประชาชน ได้โพสต์เฟซบุ๊กถึงปัญหาการจัดการทรัพย์สินสาธารณะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยยกบทเรียนสำคัญจากกรณีที่ได้รับการร้องเรียนเมื่อเดือนพฤษภาคม 2568 จากเพจ Bangkok Sightseeing เกี่ยวกับปัญหาฟุตบาทชำรุดบริเวณตรงข้ามสถานีรถไฟฟ้าสายสีส้มในเขตมีนบุรี โดยระบุว่า ขณะนั้นตนได้ประสานงานผ่าน ส.ก. ไปยังสำนักงานเขตมีนบุรีเพื่อให้เข้าดำเนินการแก้ไข เนื่องจากถนนรามคำแหงเป็นทรัพย์สินที่อยู่ในความดูแลของ กทม. ทว่ากลับได้รับแจ้งจากทางเขตว่า จุดดังกล่าวอยู่ในส่วนงานที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้ม จึงเป็นหน้าที่ของหลักของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ตนจึงได้ประสานงานต่อไปยัง รฟม. เพื่อให้ช่วยเข้าตรวจสอบและแก้ไข จนกระทั่ง รฟม. ได้ส่งเจ้าหน้าที่มาซ่อมแซมเสร็จสิ้นในเดือนมีนาคม 2569
แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ รฟม. ได้มีหนังสือตอบกลับมาพร้อมแนบแปลนพื้นที่ โดยยืนยันชัดเจนว่าจุดดังกล่าวไม่ได้อยู่ในแนวเขตพื้นที่รับผิดชอบของ รฟม. มาตั้งแต่ต้น เหตุการณ์นี้จึงทิ้งคำถามสำคัญไว้ให้กับสังคมว่า แม้ฟุตบาทจะได้รับการซ่อมแซมแล้ว แต่ตกลงแล้วพื้นที่นี้ใครต้องเป็นผู้รับผิดชอบกันแน่ ระหว่าง กทม. รฟม. หรืออาจจะเป็นการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ที่เคยมีการขอใช้พื้นที่เพื่อดำเนินโครงการนำสายไฟฟ้าลงดิน
...
นายศุภณัฐ กล่าวต่อไปว่า ปัญหาใหญ่ที่สุดของ กทม. ในปัจจุบันคือการหาตัวผู้รับผิดชอบไม่พบ ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่จุดนี้จุดเดียว แต่เป็นปัญหาเรื้อรังที่เกิดขึ้นทั่วทั้งกรุงเทพฯ ส่งผลให้การแก้ไขความเดือดร้อนของประชาชนเป็นไปอย่างล่าช้า เนื่องจากทรัพย์สินสาธารณะบนถนนเส้นเดียวกันกลับมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องซ้อนทับกันอยู่เป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานเขต สำนักการโยธา สำนักการระบายน้ำ สำนักการจราจรและขนส่ง สำนักสิ่งแวดล้อม กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท การทางพิเศษแห่งประเทศไทย รฟม. รฟท. กฟน. การประปานครหลวง บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ NT ตลอดจนผู้รับสัมปทานระบบสื่อสารต่างๆ ยิ่งในช่วงที่มีการก่อสร้าง ความรับผิดชอบก็ยิ่งมีความซับซ้อนมากขึ้นจนทำให้เกิดความสับสน บางครั้งหน่วยงานเจ้าของทรัพย์สินเองก็ปฏิเสธความรับผิดชอบเพราะจำไม่ได้ ส่วนประชาชนที่เห็นเพียงว่าฟุตบาทพัง ถนนเป็นหลุม ฝาท่อทรุด เสาไฟเอียง หรือสะพานชำรุด แต่กว่าจะหาคำตอบได้ว่า ใครต้องซ่อม บางครั้งต้องโทรถามหลายหน่วยงานและส่งเรื่องกันไปมาหลายรอบ
นายศุภณัฐ กล่าวว่า จากข้อจำกัดดังกล่าว ตนจึงมีข้อเสนอให้ กทม. เร่งเป็นเจ้าภาพในการจัดทำ “Bangkok Asset Management Map” หรือแผนที่แสดงทรัพย์สินสาธารณะและหน่วยงานผู้รับผิดชอบในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยควรเปิดเผยข้อมูลและแสดงระบบหลังบ้านให้ประชาชนสามารถเข้าถึงและตรวจสอบได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นการระบุแนวถนน ฟุตบาท สะพาน สะพานลอย อุโมงค์ คลอง เขื่อน บ่อสูบน้ำ ฝาท่อ โคมไฟ เสาไฟฟ้า เสาสื่อสาร กล้องวงจรปิด และสาธารณูปโภคอื่นๆ ว่าอยู่ในความดูแลของหน่วยงานใด รวมถึงการระบุข้อมูลพื้นที่ที่ถูกส่งมอบให้หน่วยงานอื่นใช้ชั่วคราวระหว่างการก่อสร้าง หน่วยงานที่รับผิดชอบบำรุงรักษาในปัจจุบัน ประวัติการปรับปรุง งบประมาณที่ใช้ ระบบแจ้งเตือนรอบการซ่อมแซม ตลอดจนการระบุแยกแยะระหว่างถนนสาธารณะและถนนเอกชนให้ชัดเจน
นายศุภณัฐ ยังทิ้งท้ายด้วยว่า การแก้ปัญหาเมืองที่ดีไม่ได้เริ่มต้นจากการตั้งหน้าตั้งตาซ่อมแซมเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเริ่มจากการรู้ข้อมูลพื้นฐานก่อนว่าทรัพย์สินนั้นเป็นของใคร และใครต้องรับผิดชอบ ซึ่งหากข้อมูลเหล่านี้ถูกเปิดเผยและตรวจสอบได้ผ่าน Bangkok Asset Management Map ปัญหาการโยนความรับผิดชอบระหว่างหน่วยงานจะลดลง การติดตามงานจะง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อสร้างความสะดวกสบายและคืนความปลอดภัยให้แก่ประชาชนอย่างแท้จริง