นายกฯ แจงเงินกู้ “ไทยช่วยไทย พลัส” ดอกเบี้ยต่ำแค่ 1.2% ยันไม่ผลักภาระให้ประชาชน โชว์ยอดขายร้านค้าพุ่ง 5 เท่า
วันที่ 15 มิถุนายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ชี้แจงถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการกู้เงินมาทำโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” โดยยืนยันว่า โครงการนี้ไม่ใช่การผลักภาระให้ประชาชน แต่เป็นการดึงเม็ดเงินมาหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก
นายกรัฐมนตรีเปิดเผยรายละเอียดฝั่งงบประมาณระบุว่า แหล่งเงินทุนที่รัฐบาลระดมมาใช้ในโครงการนี้มีความปลอดภัยสูงเนื่องจากเป็นการกู้เงินในประเทศ (สกุลเงินบาท) ทำให้ไม่มีความเสี่ยงเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน นอกจากนี้ รัฐบาลยังสามารถเจรจาหาแหล่งทุนได้ในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำมาก โดยกู้มาในอัตราดอกเบี้ย 1.2% ต่อปี จากกรอบเดิมที่ประเมินไว้ไม่เกิน 3% ต่อปี และรัฐบาลมีหน้าที่ต้องชำระดอกเบี้ยและผ่อนจ่ายเงินกู้ก้อนนี้ด้วยตัวเอง จะไม่มีการไปรบกวนประชาชน หรือออกมาตรการใดๆ ที่ทำให้ต้นทุนการดำรงชีวิตของประชาชนเพิ่มขึ้นแน่นอน
นายอนุทินกล่าวหลังเป็นประธานกิจกรรมร่วมกับแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีรายใหญ่ (LINE MAN, Grab, Shopee) โดยชี้ว่า โครงการนี้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในลักษณะร่วมจ่าย (Co-pay) ที่ได้ประโยชน์ทุกฝ่าย (Win-Win) และช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อยเข้าถึงเทคโนโลยี AI เพื่อปรับตัวในระยะยาว ซึ่งผลตอบรับในปัจจุบันพบว่ายอดขายเฉลี่ย ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการมียอดขายเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 5 เท่า ยอดขายสูงสุดบางร้านสามารถทำยอดขายพุ่งสูงถึง 9 - 10 เท่า คาดว่าเมื่อสิ้นสุดโครงการ ร้านค้าจะสามารถปรับฐานรายได้โตต่อเนื่องได้ถึง 2 เท่ากว่า อย่างยั่งยืน
นายกรัฐมนตรีกล่าวทิ้งท้ายโดยขอให้ประชาชนมั่นใจในเจตนารมณ์ของรัฐบาล ที่ต้องการเข้ามาเคียงข้างและประคับประคองเศรษฐกิจไทยท่ามกลางวิกฤตจากภายนอกประเทศในปัจจุบัน
...