“อาสพลธ์” ชี้ “ปราบโกง” ให้ได้ผล ต้องมีระบบให้ประชาชนมีส่วนร่วม ทั้งรัฐสภา-ประชาสังคม-ประชาชน ต้องสัมพันธ์กัน


วันที่ 14 มิ.ย. 2569 นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ เขต 8 พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า หลังจากคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ได้เดินทางไปศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนแนวทางความร่วมมือกับ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เราได้เห็นชัดว่า การปราบโกงให้ได้ผล ต้องอาศัย 3 ส่วนทำงานร่วมกันคือ 1. รัฐสภา ทำหน้าที่ตรวจสอบ ผลักดันกฎหมาย และติดตามหน่วยงานรัฐ 2. ภาคประชาสังคม ช่วยเฝ้าระวัง แจ้งเบาะแส และสะท้อนปัญหาจริง 3. ประชาชน คือพลังสำคัญที่สุดในการไม่ยอมรับการทุจริต


นายอาสพลธ์ กล่าวว่า กรรมาธิการฯ จึงได้ประสานความร่วมมือเพื่อเดินหน้าต่อใน 2 เรื่องสำคัญคือ เรื่องแรก ผลักดันให้เรื่องร้องเรียนที่มีข้อมูลและพยานหลักฐานเพียงพอ สามารถเข้าสู่การพิจารณาได้รวดเร็ว เป็นระบบ และส่งต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง เรื่องที่สอง สนับสนุนการให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับช่องทางแจ้งเบาะแส เช่น แพลตฟอร์ม ACT Ai เพื่อให้ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการทุจริตได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ


“ผมเชื่อว่า ประเทศไทยจะลดคอร์รัปชั่นได้จริง เมื่อระบบตรวจสอบเข้มแข็ง และประชาชนมีส่วนร่วม คณะกรรมาธิการจะเดินหน้าทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อผลักดันการต่อต้านคอร์รัปชันให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่เพียงในเอกสาร แต่ต้องปรากฏผลลัพธ์ที่ประชาชนสัมผัสได้ในชีวิตประจำวัน” นายอาสพลธ์ กล่าว

...


ทั้งนี้ ในสัปดาห์หน้า กมธ.ป.ป.ช. จะประชุม 2 วันคือ วันที่ 17 มิ.ย.69 จะพิจารณาผลการศึกษาของคณะอนุกรรมาธิการ รวม 7 เรื่อง ครอบคลุมประเด็นสำคัญ เช่น การกำกับดูแลเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น การใช้ที่ดินของรัฐ การเบิกจ่ายงบประมาณ การออกเอกสารสิทธิ์ที่ดิน และแนวทางป้องกันการเรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบ ส่วนวันที่ 18 มิ.ย.69 จะพิจารณาเรื่องการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสหกรณ์ออมทรัพย์รถไฟ และกรณีการเปิดบ่อนการพนันในพื้นที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี