“ชัชวาล” สส.ร้อยเอ็ด พรรคไทยสร้างไทย สับยับ ประชุม นบข. นัดแรกไร้วาระ “ไร่ละพัน” ไหนว่าจะรวยไม่ไหวแล้ว ปล่อยชาวนาอกหัก ซ้ำเติมวิกฤตลานีญา จี้รัฐบาลรีบทบทวนอย่าปล่อยเกียร์ว่าง
วันที่ 13 มิถุนายน 2569 นายชัชวาล แพทยาไทย สส.ร้อยเอ็ด เขต 7 พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) เปิดเผยภายหลังติดตามผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) นัดแรกของรัฐบาล โดยแสดงความผิดหวังอย่างยิ่งที่ที่ประชุมไม่มีการนำวาระมาตรการช่วยเหลือลดต้นทุนการผลิตหรือเงินเยียวยา “ไร่ละพัน” ของปีการผลิต ปี 69/70 เข้าสู่การพิจารณา และไม่มีการชี้แจงความชัดเจนใดๆ แก่ชาวนา มีเพียงการอนุมัติงบจ่ายค้างเดิมของปีที่ผ่านมาเท่านั้น ถือเป็นการมองข้ามความเดือดร้อนและทำให้พี่น้องเกษตรกรหลายสิบล้านครัวเรือนที่ตั้งตารอต้องอกหักไปตามๆ กัน
นายชัชวาล กล่าวว่า การเพิกเฉยของ นบข. ในครั้งนี้ ยิ่งเป็นการซ้ำเติมวิกฤตให้พี่น้องชาวนาอย่างหนัก เนื่องจากปีนี้เกษตรกรต้องแบกรับต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงเกิน 50% ทั้งจากภาวะสงครามในตะวันออกกลางที่ดันราคาน้ำมันดีเซลพุ่งสูงลิ่ว ราคาปุ๋ยเคมีขยับขึ้นจากกระสอบละ 700-800 บาท เป็น 1,500 บาท รวมถึงราคาเมล็ดพันธุ์ที่แพงขึ้นเกือบเท่าตัว การที่รัฐบาลยังคงอ้างธรรมเนียมเดิมว่าการประชุมนัดแรกเป็นเพียงการวางกรอบการทำงาน โดยไม่มีมาตรการระยะสั้นออกมารองรับ จึงเป็นสิ่งที่ไม่สมเหตุสมผลกับสถานการณ์วิกฤตในปัจจุบัน
นายชัชวาล กล่าวว่า นอกจากนี้ เกษตรกรยังต้องเผชิญกับสถานการณ์ขาดแคลนเมล็ดพันธุ์สำหรับการเพาะปลูกข้าวในฤดูกาลใหม่อย่างรุนแรง เนื่องจากแปลงผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดีได้รับความเสียหายหนักจากเอฟเฟกต์ของปรากฏการณ์ลานีญา ที่บิดเบือนสภาพภูมิอากาศจนส่งผลให้เกิดสภาวะฝนทิ้งช่วงอย่างยาวนานในหลายพื้นที่เพาะปลูกหลัก ส่งผลให้ต้นกล้าและแปลงขยายพันธุ์ข้าวแห้งตาย ยอดการเก็บเกี่ยวผลผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพลดฮวบลงอย่างน่าใจหาย ซึ่งถือเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างระดับใหญ่ที่กำลังสร้างความเดือดร้อนเป็นวงกว้างตั้งแต่เริ่มต้นฤดูการผลิต
...
นายชัชวาล กล่าวว่า วิกฤตการณ์ขาดแคลนเมล็ดพันธุ์เนื่องจากภัยฝนทิ้งช่วงดังกล่าว นำไปสู่ผลกระทบด้านลบที่น่าเป็นห่วง 3 ประเด็นหลัก คือ 1.การระบาดหนักของกลุ่มเมล็ดพันธุ์เถื่อนและข้าวปลอมปนไม่ได้มาตรฐานในท้องตลาดเนื่องจากพ่อค้าฉวยโอกาสโก่งราคาขายแพง จนกลายเป็นต้นทุนแฝงที่ซ้ำเติม 2.วิกฤตหนี้สินเดิมของชาวนาให้พุ่งสูงขึ้น อีกทั้งยังเสี่ยงต่อความมั่นคงทางอาหารและ3.การส่งออกข้าวของประเทศในระยะยาว เนื่องจากปัญหาขาดแคลนเมล็ดพันธุ์นี้บวกกับภัยแล้งจากฝนทิ้งช่วง จะส่งผลให้รอบการปักดำข้าวของชาวนาต้องเลื่อนออกไปไกลกว่าเดิม
นายชัชวาล กล่าวย้ำว่า รัฐบาลและ นบข. ต้องรีบกลับไปทบทวนและออกมาชี้แจงให้ชัดเจนว่าจะช่วยอย่างไรและเท่าใด เผื่อชาวนาจะได้เตรียมตัวรับมือ ท่ามกลางความล้มเหลวของมาตรการเชิงรุกในการเตรียมความพร้อมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร เพราะเมล็ดพันธุ์ข้าวคือต้นทุนหัวใจสำคัญที่สุดในการเริ่มต้นทำนา ถ้ารัฐบาลยังคงปล่อยเกียร์ว่าง ปล่อยให้ชาวนาเผชิญชะตากรรมตามยถากรรม โดยที่โครงการไร่ละพันปีนี้ก็ถูกปัดตก และเมล็ดพันธุ์ข้าวยังมาขาดแคลนหนักซ้ำเติมอีก ปลายปีนี้ประเทศไทยอาจต้องเผชิญกับภาวะวิกฤตเศรษฐกิจฐานรากที่ล้มละลายอย่างแท้จริง ซึ่งตนเองจะยืนหยัดทวงถามเรื่องนี้อย่างเข้มข้นต่อไปเพื่อพี่น้องชาวนาไทย
“ก่อนหน้านี้ในช่วงการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง พรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้ประกาศชัดเจนว่าจะทำให้เกษตรกรร่ำรวย ข้าวหอมมะลิ 18,000 บาท ข้าวขาว 12,000 บาท และสินค้าเกษตรราคาขึ้นทุกตัว แต่ปัจจุบันผลลัพธ์กลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง แม้กระทั่งมาตรการช่วยเหลือเยียวยาพื้นฐานเพื่อต่อลมหายใจพี่น้องเกษตรกรอย่างโครงการ “ไร่ละพัน” ก็ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ”