“พริษฐ์” เปิดคลิปหลักฐานคดีฮั้ว สว. อ้างเห็น กกต. เดินเก็บโพยจากผู้สมัครในวันเลือกระดับประเทศ ตั้งคำถามเห็นอะไรในโพยถึงมีคำขอร้อง “กรุณาเถอะครับ จะเป็น สว. แล้ว เลือกตั้งด้วยความสุจริตเถอะ”
วันที่ 13 มิถุนายน 2569 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กคลิปหลักฐานคดีฮั้วเลือก สว. พร้อมข้อความระบุว่า เปิดคลิปหลักฐานคดีฮั้ว สว. : “กรุณาเถอะครับ จะเป็น สว. แล้ว เลือกตั้งด้วยความสุจริตเถอะครับ” (คำพูดของกรรมการ กกต. ในระหว่างการเดินเก็บโพยจากกลุ่มผู้สมัคร สว. ในวันเลือกระดับประเทศ)
นายพริษฐ์ ระบุว่า คลิปนี้ เป็นส่วนหนึ่งของข้อมูลที่ผมได้รับจากผู้ร้องเรียนที่ได้มายื่นหนังสือต่อสภาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยทางผมและทีมได้พยายามเพิ่มความดังของเสียง (เพื่อให้ได้ยินบทสนทนาที่สำคัญชัดขึ้น) และเบลอหน้าผู้ที่เกี่ยวข้อง
เหตุการณ์ในคลิป คือการเลือก สว. ระดับประเทศ ในวันที่ 26 มิถุนายน ช่วงเวลา 19.00 น. (รอบไขว้) โดยในคลิปจะปรากฏผู้หญิง 1 คน (เจ้าหน้าที่ กกต.) และ ผู้ชาย 1 คน (จากการตรวจสอบเบื้องต้นคือ 1 ใน 7 กรรมการการเลือกตั้ง) ที่ได้เดินตรวจสอบและเก็บ “โพย” จากผู้สมัคร พร้อมกล่าวถ้อยคำที่เสมือนเป็นการยอมรับ ว่าการเลือกในวันดังกล่าว มีความสุ่มเสี่ยงจะเป็นการเลือกโดยไม่สุจริต (ลองดูบทสนทนาของ กรรมการ กกต. ช่วงท้ายคลิป)
ผมเข้าใจว่าการจดบันทึกตัวเลขจากการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับผู้สมัครเพื่อเตรียมไปเลือกในคูหา อาจไม่ได้เป็นความผิดเสมอไป แต่คำถามที่เรายังมีจากคลิปดังกล่าวคือ
1. กรรมการ กกต. เห็นอะไรในโพย หรือ เห็นพฤติกรรมประกอบอะไรในวันเลือก ที่ทำให้มีการพูดระหว่างการเก็บโพยว่า “กรุณาเถอะครับ จะเป็น สว. แล้ว เลือกตั้งด้วยความสุจริตเถอะครับ”
...
2. หลังจากเก็บโพยไปแล้ว ทางกรรมการ กกต. ได้มีการเรียกประชุมกันระหว่างคณะกรรมการ กกต. โดยทันทีหรือไม่ เพื่อตรวจสอบหลักฐานและพิจารณาดำเนินการตาม พ.ร.ป. สว. มาตรา 59 ที่เปิดช่องให้ กกต. “สั่งระงับ ยับยั้ง แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกการเลือกและสั่งให้ดําเนินการเลือกใหม่..” ได้ “ หากมีเหตุอันควรสงสัยว่าการเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม”
3. หลังจากประกาศผลการเลือก สว. ไปแล้ว ทางคณะกรรมการ กกต. ได้ดำเนินอย่างไรต่อกับโพยที่เก็บมา ทาง กกต. ได้มีการตรวจสอบหลักฐานต่อหรือไม่ อาทิ เชื่อมโยงหลักฐานหรือชุดตัวเลขที่ปรากฏในโพย กับหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้องในคดีฮั้ว สว. (เช่น พยานปาก หลักฐานการนัดหมาย เส้นทางการเงิน)
4. โพยเหล่านี้ที่เก็บไป และ ผลการตรวจสอบตามข้อ 3 (หากมี) ถูกรวมอยู่ในสำนวนของคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 และกำลังถูกใช้เพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการ กกต. ที่จะชี้ขาดในเร็วๆนี้ว่าจะส่งคดีดังกล่าวไปศาล ใช่หรือไม่
ก่อนหน้านี้ ทาง กกต. ได้เคยออกแถลงการณ์ในปี 2568 โดยชี้แจงว่าการนำเอกสารที่จดหมายเลขเข้าไปในสถานที่เลือก *ในตัวมันเอง* อาจไม่ถือว่าเป็นความผิด แต่แถลงการณ์ดังกล่าว ยังไม่ได้ตอบคำถามหรือข้อสงสัยที่ผมมีเบื้องต้นตามโพสต์นี้
นายพริษฐ์ ระบุว่า หากมองในภาพใหญ่ การทำหน้าที่ของ กกต. ส่งผลโดยตรงต่อชะตากรรมและกระบวนการยุติธรรมในคดีฮั้ว สว.
อย่างไรที่เราทราบกันดี หลังจากที่คณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 มีมติชี้มูลความผิดอย่างน้อย 229 คน (130+ คน ที่เป็น สว. และ 90+ คนที่เป็นเครือข่ายที่เชื่อมโยงกับพรรคการเมือง ซึ่งรวมถึงบางคนที่เป็น สส. และอยู่ใน ครม.) กลุ่มบุคคลที่จะชี้ขาด ว่าจะมีมติเห็นชอบตามคณะไต่สวนเพื่อส่งเรื่องทั้งหมดให้ศาลพิจารณาต่อ หรือจะมีมติเป่าคดีแล้วยกคำร้องของทั้ง 229 คน หรือบุคคลสำคัญบางคน เพื่อให้เรื่องไปไม่ถึงศาล ก็คือ “คณะกรรมการการเลือกตั้ง” ซึ่งประกอบไปด้วย กรรมการ 7 คน
ที่ผ่านมา สังคมหลายส่วน เริ่มตั้งคำถาม ว่าเราสามารถไว้วางใจ กกต. ได้แค่ไหน ในการตรวจสอบและชี้ขาดเรื่องคดีฮั้ว สว. อย่างตรงไปตรงมา เพราะ
1. คณะกรรมการการเลือกตั้งชุดปัจจุบัน มี 4 ใน 7 คน ที่เข้าสู่ตำแหน่งจากมติรับรองของ สว. ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในสำนวนคดีนี้ - ประชาชนจึงกังวลว่าการตัดสินใจของ กกต. เป็นการตัดสินใจที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ และการถูกรับรองมาเป็น กกต. นั้น มีเงื่อนไขแอบแฝงหรือไม่ ว่าจะต้อง “ช่วยน้ำเงินด้วย”
2. คณะกรรมการการเลือกตั้งชุดปัจจุบัน ได้ใช้วิธีตั้ง “คณะอนุกรรมการวินิจฉัยฯ ชุดที่ 36” เป็นการเฉพาะขึ้นมาเพื่อกลั่นกรองคดีฮั้ว สว. แทนที่จะใช้คณะอนุกรรมการฯ 1 ใน 35 ชุดที่ กกต. มีอยู่แล้ว - ในเมื่ออนุฯที่ 36 ประกอบไปด้วยกรรมการหลายคนที่มีข้อครหาเรื่องคดีทุจริตคอร์รัปชันและความเป็นกลางทางการเมือง และได้มีมติให้ยกคำร้องทั้ง 229 คน (ซึ่งสวนทาง 100% กับคณะไต่สวนชุดที่ 26) ประชาชนจึงกังวลว่ากลไกดังกล่าวเป็นความพยายามฟอกขาวผู้ถูกกล่าวหาหรือไม่
3. (หาก กกต. ไม่สามารถตอบคำถามต่อคลิปหลักฐานเพิ่มเติมในวันนี้ได้อย่างชัดเจน) คณะกรรมการการเลือกตั้งชุดปัจจุบัน (โดยเฉพาะกรรมการบางท่านที่ปรากฏอยู่ในคลิป) จะถูกสังคมตั้งคำถามมากขึ้น ว่าได้ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในการตรวจสอบการฮั้ว สว. อย่างเต็มที่หรือไม่
นายพริษฐ์ ระบุว่า หาก กกต. ต้องการหลุดพ้นจากข้อครหาดังกล่าว กกต. ควรมีมติเห็นชอบตามข้อเสนอของคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 เพื่อส่งเรื่องทั้งหมดไปที่ศาล และปล่อยให้เป็นหน้าที่ของศาลในการพิจารณาตัดสินว่าทั้ง 229 คนดังกล่าวมีการกระทำความผิดจริงหรือไม่