สตง. แจงยิบเคลียร์ปมอาคารร้าง-ตึกถล่ม บอกส่งฟ้องศาลแล้ว ประกาศกร้าวจะไม่ปกป้องคนในองค์กรหากกระทำผิด
วันที่ 12 มิถุนายน 2569 ที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) นางสาวรักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ แถลงภายหลังหารือร่วมกับคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินนานกว่า 3 ชั่วโมง เพื่อถามความคืบหน้ากรณีปัญหาที่ทำการ สตง.จังหวัด (สตจ.) หลายแห่งถูกทิ้งร้างสร้างไม่เสร็จ รวมถึงความคืบหน้าคดีอาคาร สตง. ถล่ม
นางสาวรักชนก เปิดเผยว่า ได้รับทราบแนวทางการบริหารจัดการของ สตง. แล้ว โดยเรื่องที่ทำการ สตจ.นครนายก ปัจจุบันสร้างเสร็จและเปิดใช้งานแล้ว ส่วนที่ จ.พะเยา มีปัญหาผู้รับเหมาใช้ช่องว่างทางกฎหมายเลิกสัญญาช่วงโควิด-19 และวิกฤตพลังงาน ขณะที่พื้นที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี (ภูตาหลวง) เพิ่งเคลียร์ปัญหาที่ดินเสร็จในปี 2568 แต่ปีนี้ติดนโยบายรัฐบาลที่ให้ลดงบสิ่งปลูกสร้าง จึงคาดว่าจะตั้งงบประมาณเข้ามาดำเนินการต่อได้ในปี 2571 นอกจากนี้ สตง. ยังได้เสนอถอดบทเรียนร่วมกับ กมธ. เพื่อกำหนดมาตรการยกระดับมาตรฐานวิชาชีพของผู้รับจ้างก่อสร้างตึกขนาดใหญ่ไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย
ด้านนายมณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ได้ชี้แจงประเด็นข้อติดขัดทางกฎหมายและไทม์ไลน์ความคืบหน้าการดำเนินคดีเหตุการณ์อาคาร สตง. ถล่มว่า ผลการตรวจสอบด้านเทคนิคคณะกรรมการที่รัฐบาลตั้งขึ้น (มีสภาวิชาชีพและสถาบันการศึกษาด้านวิศวกรรมร่วมด้วย) ได้ข้อสรุปตั้งแต่ปี 2568 ว่า เกิดจากการก่อสร้างผิดแบบ และออกแบบไม่เป็นไปตามหลักการ และพนักงานสอบสวนสั่งฟ้องผู้มีวิชาชีพ ได้แก่ บริษัทผู้ออกแบบ บริษัทผู้ก่อสร้าง และบริษัทผู้ควบคุมงาน ไปยังอัยการตั้งแต่ปีที่แล้ว ล่าสุดศาลประทับรับฟ้อง และเริ่ม ไต่สวนพยานปากแรกไปแล้วเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569
...
ส่วนการดำเนินคดีทุจริตกับกลุ่มเจ้าหน้าที่และประเด็นบริษัทนอมินี ได้ถูกส่งต่อไปยังคณะกรรมการ ป.ป.ช. และดีเอสไอ (DSI) ตามอำนาจหน้าที่แล้ว เนื่องจากเป็นสำนวนในคดีที่ไม่สามารถเปิดเผยต่อบุคคลภายนอกได้ ปัจจุบัน สตง. จึงได้ยื่นคำร้องขอเข้าเป็น “โจทก์ร่วม” ในชั้นศาล เพื่อให้สามารถเข้าถึงรายละเอียดและข้อเท็จจริงทั้งหมดในสำนวนคดีได้ ยืนยันว่า สตง. พร้อมให้ความร่วมมือกับ ป.ป.ช. และทุกกระบวนการตรวจสอบอย่างเต็มที่ โดยไม่มีการปกป้องบุคลากรภายในองค์กรที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความผิดอย่างแน่นอน