“จุลพันธ์” รมว.แรงงาน ร่วมประชุมใหญ่องค์การแรงงานระหว่างประเทศ สมัยที่ 114 ที่นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส ถก 4 วาระพลิกโฉมแรงงานไทย ยกระดับสิทธิแรงงาน จับมืออิตาลี ส่งแรงงานภาคเกษตร-อุตสาหกรรม
วันที่ 12 มิถุนายน 2569 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจประชุมใหญ่ประจำปีองค์การแรงงานระหว่างประเทศ สมัยที่ 114 (International Labour Conference: ILC) ที่นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส ระหว่างช่วงวันที่ 9-10 มิถุนายน ที่ผ่านมา โดยระบุว่า ในระหว่างช่วงการประชุมได้พูดคุยหารืออย่างเป็นทางการกับตัวแทนนานาประเทศ และองค์การระหว่างประเทศ กระชับความสัมพันธ์ ขยายความร่วมมือด้านแรงงาน เพื่อโอกาส ผลประโยชน์ และสิทธิแรงงานไทย
นายจุลพันธ์ เปิดเผยว่า นอกจากการร่วมประชุมใหญ่ประจำปีองค์การแรงงานระหว่างประเทศ และการร่วมประชุมระดับรัฐมนตรีแรงงานเอเชียแปซิฟิก (ASPAG Ministerial Meeting) ในโอกาสนี้ยังได้มีโอกาสหารือทวิภาคีร่วมกับรัฐมนตรีด้านแรงงานและผู้นำองค์กรระหว่างประเทศถึง 5 การประชุมสำคัญ เพื่อขับเคลื่อนนโยบายแรงงานไทยในเวทีโลก ดังนี้
...
นายจุลพันธ์ เผยว่า ได้หารือกับนางมารีนา เอลวีรา คัลเดโรเน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและนโยบายทางสังคมของอิตาลี โดยได้ขอบคุณที่อิตาลีบรรจุประเทศไทยในร่างกฎหมายแรงงาน (Flows decree) ช่วยให้แรงงานไทยไปทำงานได้อย่างถูกกฎหมาย พร้อมทั้งเร่งรัดการทำ MOU ร่วมกัน
นอกจากนี้ยังได้แลกเปลี่ยนโมเดลการศึกษาทวิภาคี (Dual-Track Education) ซึ่งเป็นโครงสร้างความร่วมมืออันแข็งแกร่งระหว่างสถาบันเทคนิค มหาวิทยาลัย และสถานประกอบการในท้องถิ่น ตั้งเป้าที่จะถอดบทเรียนและนำรูปแบบดังกล่าวมาประยุกต์ใช้กับการพัฒนาฝีมือแรงงานไทยอย่างเป็นระบบ เพื่อเชื่อมโยงโลกการศึกษากับภาคธุรกิจเข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ
ถอดบทเรียนสิงคโปร์ เล็งพัฒนาระบบประกันสังคมและภาษีแรงงานต่างด้าว
ในการหารือกับ ดร. ตัน ซี เลง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกำลังคนของสิงคโปร์ จุลพันธ์ เผยว่า ได้ร่วมศึกษาถอดบทเรียนใน 2 เรื่องหลัก คือ ระบบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Central Provident Fund: CPF) เพื่อนำมาพัฒนาระบบประกันสังคมของไทยให้ยืดหยุ่นก้าวทันโลก และระบบการจัดเก็บภาษีแรงงานต่างด้าว เพื่อนำแนวทางมาบริหารจัดการและยกระดับความเป็นอยู่ของแรงงานต่างด้าวในไทยให้ดียิ่งขึ้น
ยกระดับร่วมกับ IOM คุ้มครองสิทธิแรงงานข้ามชาติและสกัดการค้ามนุษย์
ต่อมาได้เข้าหารือกับ นางสาวเอมี อี. โป๊ป ผู้อำนวยการใหญ่ IOM โดยเน้นย้ำนโยบายของไทยในการส่งเสริมเส้นทางย้ายถิ่นฐานที่ถูกกฎหมายผ่านกรอบ MOU กับประเทศเพื่อนบ้าน และการให้ความคุ้มครองที่เท่าเทียมไม่เลือกปฏิบัติ ซึ่งปัจจุบันมีแรงงานข้ามชาติกว่า 1.5 ล้านคนอยู่ในระบบประกันสังคมไทย พร้อมทั้งหารือความร่วมมือในการคุ้มครองแรงงานกลุ่มเปราะบางและการป้องกันการบังคับใช้แรงงานและการค้ามนุษย์
คุย ผอ.ใหญ่ ILO หารือแนวทางคุ้มครองแรงงานแพลตฟอร์ม
ปิดท้ายที่การหารือกับ นายกิลเบิร์ท เอฟ โฮงโบ ผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) โดยนายจุลพันธ์ได้กล่าวถึงชื่นชมบทบาทของ ILO ในการสนับสนุนประเทศไทยผ่านแผนงานระดับชาติว่าด้วยงานที่มีคุณค่า ซึ่งช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและทักษะฝีมือของแรงงานไทยอย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากนี้ นายจุลพันธ์ ยังเผยความตั้งใจที่จะขยายการคุ้มครองแรงงานไปยังกลุ่มแรงงานแพลตฟอร์ม พร้อมหารือถึง แนวทางในการปรับปรุงกรอบกฎหมายเพื่อความมั่นคงของแรงงานกลุ่มนี้ด้วย