กระทรวงมหาดไทย เห็นชอบ เปลี่ยนชื่อ “หมู่บ้าน - อปท. - วัด” รวม 6 แห่ง แก้ปัญหาชื่อซ้ำ ลดความเข้าใจผิด และเหมาะสมกับอัตลักษณ์ประวัติศาสตร์ของพื้นที่


เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 12 มิ.ย. 2569 นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพิจารณาเรื่องการขอเปลี่ยนแปลงชื่อจังหวัด อำเภอ และตำบล หมู่บ้าน หรือสถานที่ราชการอื่น ๆ ครั้งที่ 2/2569 โดยมีคณะกรรมการฯ จากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมการปกครอง กรมศิลปากร กรมแผนที่ทหาร กระทรวงศึกษาธิการ ร่วมประชุม ณ ห้องประชุมสำนักตรวจราชการและเรื่องราวร้องทุกข์ ชั้น 5 อาคารดำรงราชานุภาพ กระทรวงมหาดไทย


การประชุมในวันนี้เป็นการพิจารณาเรื่องการขอเปลี่ยนแปลงชื่อจังหวัด อำเภอ และตำบล หมู่บ้าน หรือสถานที่ราชการ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ไม่ขัดต่อกฎหมายหรือระเบียบเฉพาะของสถานที่ รวม 6 แห่ง โดยเห็นชอบเปลี่ยนชื่อหมู่บ้าน จำนวน 1 แห่ง ตามที่กรมการปกครองเสนอ เปลี่ยนชื่อเทศบาลตำบล จำนวน 1 แห่ง ตามที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเสนอ และเปลี่ยนแปลงชื่อวัด 4 แห่ง ตามที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเสนอ


สำหรับการเปลี่ยนชื่อ หมู่บ้าน จำนวน 1 แห่ง คือ บ้านป่าขี้ติ้ว อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนเป็น “บ้านป่าติ้ว” เดิมชาวบ้านเรียกขานว่า “บ้านดอนเปาป่าขี้ติ้ว” ต่อมาประชากรในหมู่บ้านมีจำนวนมากขึ้น ทำให้ยากแก่การบริหารจัดการ จึงได้มีการแยกหมู่บ้านใหม่เป็น บ้านป่าขี้ติ้ว ซึ่งหมายถึง ต้นไม้ในพื้นที่อย่าง “ต้นขี้ติ้ว” ก่อนจะตัดคำว่า “ขี้” ออก เพื่อให้ชื่อมีความไพเราะ เป็นสิริมงคล และสะท้อนอัตลักษณ์ของชุมชนได้ดีขึ้น โดยในทางราชการส่วนใหญ่จะเรียกชื่อเป็นทางการว่า “บ้านป่าติ้ว” หรือ “บ้านติ้ว” แทนชื่อเดิม

...


สำหรับการเปลี่ยนชื่อ เทศบาลตำบล จำนวน 1 แห่ง คือ เทศบาลตำบลบ้านศรีพนา อ.เซกา จ.บึงกาฬ เปลี่ยนเป็น “เทศบาลตำบลเซกา” โดย “เซ” หมายถึง แม่น้ำ แหล่งน้ำ ลำห้วย ซึ่งพื้นที่เทศบาลดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งน้ำ “กา” หมายถึง นกกา ซึ่งเป็นนกชนิดหนึ่งที่มีลักษณะเฉพาะตัวคือมีขนสีดำสนิท บ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ ทั้งนี้ชื่อในความหมายใหม่ หมายถึง พื้นที่อุดมสมบูรณ์ของพื้นดินและแหล่งน้ำ เป็นภูมิศาสตร์ที่เหมาะสมในการอยู่อาศัยประชาชนอยู่ดีมีสุข


ในส่วนของ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้มีการขอเปลี่ยนแปลงชื่อวัด จำนวน 4 แห่ง ได้แก่

1. วัดเทพประทาน จ.จันทบุรี เปลี่ยนเป็น “วัดเทพประทานอธิพร” เนื่องจากวัดเทพประทานได้จัดสร้างสมเด็จองค์ปฐมพระพุทธเมตตา เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ที่ฐานองค์พระปรากฏชื่อ วัดเทพประทาน (อธิพร) ทำให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจว่าชื่อวัดเทพประทาน (อธิพร) ซึ่งมีความหมายว่า เทพเทวาประทานพรที่ยิ่งใหญ่


2. วัดน้ำผึ้ง จ.พิษณุโลก เปลี่ยนเป็น “วัดนาม่วงนุสรณ์วนาราม” แต่เดิมสันนิษฐานว่าเกิดจากวัดตั้งอยู่ใกล้ “คลองน้ำผึ้ง” จึงได้ชื่อว่า “วัดน้ำผึ้ง” ต่อมาประชาชนชาวบ้านนาม่วง นิยมเรียกและรู้จักวัดในนาม “วัดนาม่วง” ตามชื่อหมู่บ้าน จึงได้มีความเห็นว่าต้องการเปลี่ยนแปลงชื่อวัดให้สอดคล้องกับชื่อหมู่บ้าน

3. วัดป่าดอนแคน จ.ร้อยเอ็ด เปลี่ยนเป็น “วัดป่าศรีมงคล” เนื่องจากวัดดังกล่าวตั้งอยู่ที่ บ้านดอนแคน เป็นวัดเก่า โดยมีหลวงปู่คำมี ปภสฺสโร ผู้ริเริ่มเข้ามาปักกลด ได้ตั้งชื่อที่พักสงฆ์ว่า “ป่าศรีมงคล” เพราะมีความดีเป็นสิริมงคลต่อชาวบ้าน พร้อมด้วยประชาชนได้ร่วมกันประชุมประชาพิจารณ์ เป็นวัดป่าศรีมงคล


4. วัดสร้างเรือง จ.ศรีสะเกษ เปลี่ยนเป็น “วัดพระธาตุเรืองรอง” โดยวัดดังกล่าวตั้งอยู่ที่บ้านสร้างเรือง เมื่อ พ.ศ. 2525 พระครูวิบูลธรรมภาณ ได้ดำเนินการก่อสร้างพระธาตุขึ้นเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ อีกทั้งเป็นสถานที่ประพฤติปฏิบัติธรรมของพุทธศาสนิกชนในชุมชน เมื่อสร้างเสร็จจึงตั้งชื่อว่า “พระธาตุเรืองรอง”


สำหรับคณะกรรมการเปลี่ยนแปลงชื่อจังหวัด อำเภอ และตำบล หมู่บ้าน หรือสถานที่ราชการอื่น ๆ ของกระทรวงมหาดไทย เป็นคณะกรรมการตามกฎหมายมีอำนาจหน้าที่พิจารณาหลักเกณฑ์และกลั่นกรองให้ความเห็นชอบการเสนอเปลี่ยนแปลง โดยเน้นการวิเคราะห์ศึกษาถึงหลักฐานหรือวิถีชีวิตที่สอดคล้องกับการปรับเปลี่ยนชื่อรวมถึงประวัติศาสตร์ในพื้นที่ รวมถึงกระบวนการรับฟังความเห็นประชาชน ที่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนการรับฟังความเห็นตั้งแต่ระดับหมู่บ้านถึงระดับคณะกรรมการฯ โดยตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2569 เห็นชอบการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการฯ ที่แต่งตั้งโดยมติคณะรัฐมนตรีของคณะรัฐมนตรีชุดเดิม อยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป โดยไม่ต้องออกเป็นคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี หรือสั่งส่วนราชการเพื่อแต่งตั้งคณะกรรมการฯ ดังกล่าวขึ้นอีก