กมธ.ปปง. สภาฯ ถก 8 หน่วยงาน ปม บริษัทหลักทรัพย์ โยงฟอกเงิน ยอมรับเป็นความบกพร่องจากบุคลากรของบริษัทจริง ฉะ “ก.ล.ต.” เปิดช่อง หนุนคนทำผิดกฎหมาย แนะเข้มงวดปิดช่องโหว่


เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 11 มิ.ย. 2569  ที่รัฐสภา นายพิทักษ์เดช  เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ในฐานะประธาน กมธ.การป้องกัน ปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาฯ เปิดเผยหลังการประชุม กมธ.วาระตรวจสอบมาตรการป้องกันการใช้แพลตฟอร์มการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทหลักทรัพย์ หรือโบรกเกอร์เป็นช่องทางเปิดบัญชีม้าและฟอกเงิน ซึ่งเชิญผู้แทนจาก 8 หน่วยงานคือ  กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ),กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน  (ปปง.),สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)แห่งประเทศไทย, สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย และบริษัทหลักทรัพย์วีบูลล์ (ประเทศไทย) ที่ถูกร้องเรียนเข้าร่วม ว่า เมื่อเดือนมี.ค. 69 ตำรวจสอบสวนกลางได้จับกุมดำเนินคดีกลุ่มผู้ต้องหาบัญชีม้าและฟอกเงินผ่านแพลตฟอร์มของบริษัทหลักทรัพย์แห่งหนึ่ง กมธ. จึงเชิญ 8 หน่วยงานมาให้ข้อเท็จจริงเพื่อป้องกันการฟอกเงินของเครือข่ายสแกมเมอร์ และมุ่งเป้าไปที่การเชื่อมโยงถึงตัวการที่แท้จริง 


ทั้งนี้ พบว่ามีความเสียหาย 59 ล้านบาท มีผู้เสียหาย 393 ราย โดยตัวแทนของบริษัทหลักทรัพย์ดังกล่าว ยอมรับว่าเป็นความบกพร่องจากบุคลากรของบริษัทจริง  ซึ่งกมธ.หลายคนซักถามถึงความรับผิดชอบต่อความเสียหายและการเยียวยาของผู้ได้รับผลกระทบนั้น ตัวแทนของบริษัท ปฏิเสธที่จะดำเนินการใดๆ  ขณะที่ ก.ล.ต. ในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแลบริษัทในตลาดหลักทรัพย์  ก็ไร้มาตรการลงโทษใดๆ

...


“กมธ.จึงทำหนังสือถึง ก.ล.ต. ที่ต้องมีหน้าที่กำกับดูแลและมีหน้าที่สำคัญที่ต้องรับผิดชอบกับกรณีที่เกิดความเสียหาย ขอให้ตอบเป็นลายลักษณ์อักษรว่า จะดำเนินการอย่างไรกับบริษัท  รวมถึงได้ทำหนังสือถึง สภ.เมืองปทุมธานี เพื่อขอคำชี้แจงว่า ได้ดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องในบริษัทดังกล่าว อย่างไร และจะเชิญตัวแทนบริษัทหลักทรัพย์เข้าชี้แจงต่อ กมธ.อีกครั้งในประเด็นที่เกิดขึ้นถือเป็นความเสียหายกับประชาชน  โดยเฉพาะ ก.ล.ต.ที่ไม่มีมาตรการเชิงรุกเพื่อยับยั้งความเสียหายกับผู้ลงทุน กมธ.ขอฝาก ก.ล.ต. รวมถึงสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยให้ดำเนินการเข้มงวดต่อการปฏิบัติงาน และกำกับเชิงนโยบายเพื่อไม่เปิดช่อง ไม่ให้เกิดความเสียหายขึ้นอีก ต้องมีวิธีการอุดช่องโหว่ของตลาดทุนไม่ให้กลุ่มบุคคลหรือ โบรกเกอร์ใช้แพลตฟอร์มไปผิดกฎหมายในลักษณะบัญชีม้า หรือการฟอกเงินมาหลอกลวงผู้ลงทุนเช่นนี้อีก” นายพิทักษ์เดช กล่าว