“ภคมน” หวัง “นฤชา” อธิบดีกรมปกครอง เข้าชี้แจง กมธ.พัฒนาการเมืองฯ ปมแชต “ช่วยน้ำเงินด้วย” ปกป้องเกียรติยศและศักดิ์ศรีของข้าราชการปกครองทั่วประเทศ จากข้อครหาไม่เป็นกลาง
วันที่ 10 มิถุนายน 2569 น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า จากกรณีที่ นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร อดีตปลัดจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยแชตไลน์สั่งการจาก นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ที่มีข้อความระบุว่า “ช่วยน้ำเงินด้วย” ในช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง และภายหลังเจ้าตัวถูกย้ายราชการโดยไม่ได้รับความเป็นธรรม ได้ยื่นหนังสือต่อ กมธ.พัฒนาการเมืองฯ เพื่อขอให้ตรวจสอบคำสั่งของอธิบดีกรมการปกครอง ว่าเกี่ยวข้องกับคำสั่งย้ายดังกล่าวหรือไม่
นอกจากนี้ นายรุ่งเรือง ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เรื่องการวางตนเป็นกลางของข้าราชการในการปฏิบัติหน้าที่ การละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 172 ของ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (พ.ร.ป.ป.ป.ช.) เพื่อดำเนินคดีเอาผิดกับอธิบดีกรมการปกครอง เนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าวได้ชี้ให้เห็นชัดว่าการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมามีปัญหาเรื่องความโปร่งใส และการใช้อำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อเอื้อประโยชน์ให้พรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง
ทั้งนี้ กมธ.การพัฒนาการเมืองฯ ได้จัดทำวาระเพื่อหาเท็จจริงเกี่ยวกับประเด็นนี้ในวันที่ 11 มิถุนายน 2569 เวลา 09.30 น. ซึ่งในฐานะประธาน กมธ. ตนขอใช้โอกาสนี้สื่อสารไปยังอธิบดีกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ด้วยมิตรไมตรีและความปรารถนาดี ขอเรียนเชิญท่านเข้ามาร่วมพูดคุยและให้ข้อมูลต่อคณะกรรมาธิการฯ
...
น.ส.ภคมน กล่าวต่อไปว่า เมื่อสังคมเกิดข้อสงสัย วิธีที่ดีที่สุดคือการนำความจริงมาพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมา การที่อธิบดีกรมการปกครองเข้ามาให้ข้อมูลด้วยตนเอง จะเป็นเครื่องพิสูจน์ความสัตย์จริงและแสดงถึงความสง่างามในฐานะผู้นำที่กำลังถูกกล่าวหา และยังเป็นการปกป้องข้าราชการปกครองทั่วประเทศ เพราะกรณีนี้กระทบต่อขวัญและกำลังใจของข้าราชการชั้นผู้น้อยจำนวนมาก การชี้แจงของท่านจะเป็นการปกป้องเกียรติยศและศักดิ์ศรีของข้าราชการกรมการปกครองทั้งประเทศ ให้รอดพ้นจากข้อครหาเรื่องความไม่เป็นกลาง
“การที่ท่านออกมาชี้แจงอย่างโปร่งใส ถือเป็นการแบ่งเบาภาระและปกป้องหน่วยงานของท่าน แต่หากท่านอธิบดีเลือกที่จะไม่เข้ามาให้ข้อมูล สังคมย่อมมีสิทธิที่จะตั้งคำถามต่อไปว่าเหตุใดท่านจึงเพิกเฉยต่อกระบวนการตรวจสอบ นอกจากนี้ หากท่านต้องการลบข้อครหาว่าเป็นคนของใคร และเติบโตได้ในยุครัฐบาลสีน้ำเงินด้วยคุณสมบัติเพียงเพราะเป็นสายตรงบุรีรัมย์ ดิฉันคิดว่ายิ่งต้องพิสูจน์ว่าท่านมีความสามารถ ไม่ใช่เพราะเป็นคนของสีน้ำเงินเท่านั้น”
ในตอนท้าย น.ส.ภคมน เผยด้วยว่า กมธ.การพัฒนาการเมืองฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าอธิบดีกรมการปกครองจะตอบรับคำเชิญเพื่อเข้ามาชี้แจงและต้องการพิสูจน์ความโปร่งใส ปกป้ององค์กรและผู้ใต้บังคับบัญชาของท่านที่อยู่ส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ ตนเชื่อเหลือเกินว่าเจ้าหน้าที่ปกครองทั่วประเทศจับตาว่าอธิบดีจะปกป้องศักดิ์ศรีของเขาอย่างไร.