“ไชยชนก ชิดชอบ” เปิดใจเรื่องแม่ผู้ให้กำเนิด-วุฒิการศึกษา ย้ำไม่เคยปิดบัง ขอหากจะโจมตีให้พุ่งเป้ามาที่ตน อย่าโฟกัสผิดจุด มอบฝ่ายกฎหมายดูแลปกป้องสิทธิ แม้ไม่อยากก่อกรรมเพิ่ม


วันที่ 10 มิถุนายน 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกระแสโจมตีเกี่ยวกับเรื่องมารดา ว่า ขอชี้แจงเพียงรอบเดียว เพราะเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมที่จะดึงเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมือง พร้อมกล่าวต่อไปว่า ความสัมพันธ์กับคุณแม่ ตนทราบว่าได้หย่ากับบิดาของตน นายเนวิน ชิดชอบ ตั้งแต่ตนอายุประมาณ 2-3 ขวบ ซึ่งยังจำความอะไรไม่ได้เลย และเมื่อจำความได้ คุณแม่กรุณา ชิดชอบ เป็นผู้เลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็กจนโต

ในประเด็นว่าเคยถามเรื่องมารดาที่ให้กำเนิดกับคุณพ่อหรือไม่ นายไชยชนก ระบุว่า ตนเคยถาม แต่เป็นคำถามที่คุณพ่อไม่สบายใจที่จะตอบ จึงไม่ได้ถามต่อถึงเหตุผลว่าทำไมถึงเลิกรากัน โดยทราบว่าคุณแม่มีครอบครัวใหม่และมีความสุขดี คบกันมายาวนานหลายสิบปีแล้ว ตนไม่ได้พบหรือพูดคุยกับคุณแม่ เมื่อเติบโตขึ้นก็ได้ติดตามความเป็นอยู่ของคุณแม่ ซึ่งทราบว่าไม่ได้ลำบากอะไร

ส่วนกรณีคดีปี 2554 ที่ตำรวจบุกทลายบ่อนและมีคดีความที่เกี่ยวข้องกับมารดาของตนนั้น ส่วนตัวไม่เคยทราบมาก่อน และเพิ่งมาทราบภายหลังทำให้ได้รู้จักคุณแม่มากขึ้น ทั้งนี้ จะฝากอะไรถึงคุณแม่หากได้เห็นข่าวนี้ อยากบอกว่า อดีต ปัจจุบัน และอนาคตเป็นอย่างไร ขอขอบคุณที่ให้กำเนิดตนมา และเรื่องที่เป็นกระแสข่าวไม่ได้กระทบความรู้สึก ขอให้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุข

“ส่วนสื่อมวลชนที่มีจุดประสงค์จะทำลายอนาคตทางการเมืองของผม หรือดิสเครดิตผม ขอให้โฟกัสให้ถูกจุด อย่าเบี่ยงไปเรื่องอื่น เพราะคุณแม่ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ ต่างคนต่างอยู่ ต่างครอบครัว และทุกคนก็มีความสุขอยู่แล้ว” 

...

เมื่อถามว่าตั้งแต่เกิดเรื่อง นายเนวิน ได้ให้คำแนะนำอะไรหรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า ต้องอดทนเพราะเราเป็นเป้า และเป็นเรื่องปกติ ต้องเรียนรู้และพัฒนาตัวเอง อยู่ให้ได้ ที่ตนเลี่ยงการเมืองมาตั้งแต่เด็กจนโตเพราะรู้ว่าการเมืองโหดร้าย และเมื่อเข้ามาเองก็ต้องยอมรับ เชื่อมั่นในสิ่งที่คุณพ่อสอนว่า หากมีเจตนาทำดีก็ให้ยึดมั่นและทำต่อไป

ทางด้านกรณีวุฒิการศึกษาที่ไปศึกษาต่อต่างประเทศถึง 17 ปี แต่เหตุใดจึงมาจบปริญญาตรีที่จังหวัดบุรีรัมย์ นายไชยชนก ตอบว่า เรื่องนี้ตนไม่เคยปิดบัง เคยเรียน Prep School และ High School ระหว่างเรียนมหาวิทยาลัยมีการซ้ำชั้น มีฝึกงาน และสุดท้ายจึงออกจากการเรียนเพื่อไปทำสนามแข่งรถทั้งที่ยังเรียนไม่จบ ทั้งหมดไม่มีสิ่งใดที่เคยปิดบัง ทั้งเรื่องครอบครัวและการศึกษา

ผู้สื่อข่าวถามต่อ กระแสวิจารณ์ครั้งนี้มองว่าเป็นการชกใต้เข็มขัดหรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า ตนเป็นมือใหม่ทางการเมือง จะใต้หรือไม่ใต้ ไม่ทราบ แต่ในฐานะมนุษย์คนหนึ่งตนจะไม่ทำสิ่งเหล่านั้น และยึดจุดยืนนี้ ขณะที่คำถามว่าจะใช้สิทธิทางกฎหมายเพื่อปกป้องตนเองหรือไม่ นายไชยชนก เผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา โดยได้มอบหมายฝ่ายกฎหมายไปดูแล หากรับได้ก็อาจไม่จำเป็นต้องดำเนินการเพราะไม่อยากก่อกรรมเพิ่ม แต่จะขอปรึกษาทีมกฎหมายก่อน.