ศึกเกรียนคีย์บอร์ดขาใหญ่ระดับบิ๊กเบิ้ม ไม่จบแค่ “กระเช้า–ไหว้สวย” แน่ และก็น่าจะเป็นความตั้งใจให้ “แคปหน้าจอมาประจาน” กับช็อตที่ “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล กับ “โกเกี๊ยะ” พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและ รมว.คมนาคม ใจตรงกันอย่างไม่น่าบังเอิญ

โผล่ไปคอมเมนต์ในโพสต์ของอินฟลูเอนเซอร์ตัวแม่ก๊วน “สลิ่มโปโลคลับ”

ร่วมด้วยช่วยแห่ปมร้อน โพนทะนาข้อมูลวงใน “กลุ่มคนดี๊ดี” ที่รุมขุด “คุณพิพัฒน์” และ PT เพื่อรีดเงินเดือนละ 5 ล้าน แต่แกมีศักดิ์ศรี แกไม่ให้

“อิอิ ทายกี่ทีก็ถูกว่าเป็นใคร”

สไตล์ผู้นำชอบล้อเล่น ติดหยอกแหย่ แต่งานนี้ไม่มีใครเล่นด้วย

กลายเป็นเรื่องใหญ่ ส่อเค้าโกโซบิ๊ก แบบที่นายพิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต นักวิชาการคนดังของนิด้า โพสต์สวนทันที เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเอามาล้อกันเล่น เป็นปัญหาที่รัฐบาลต้องจัดการดำเนินคดี ดูข้อเขียนก็รู้ นายกฯอนุทินรู้ว่าใครรีดเงินนายพิพัฒน์ ในฐานะนายกฯมีอำนาจเต็มบ้านเต็มเมือง

ถ้าไม่สั่งตำรวจสืบสวนจับกุมดำเนินคดีก็ควรพิจารณาตัวเอง

ตามทรงพลาดหลงเข้าดงปริศนา “นายกฯหนู” แบไต๋มาเองซะขนาดนี้ หนีไม่พ้นโดนจี้คอหอยให้เปิดชื่อไอ้โม่งไถเงิน “โกเกี๊ยะ” กันจะจะไปเลย และลามไปไล่บี้เค้นคอนายพิพัฒน์ ให้บอกมาชัดๆ “ไอ้โม่งดาวไถ” ตบทรัพย์แลกกับเลิกขุด “ไอ้โม่งน้ำมัน” เป็นใคร สื่อค่ายไหน

ที่สุดเลย ถ้า “อนุทิน–พิพัฒน์” ไม่กล้าเปิดไพ่ ก็จะถูกโห่ เล่นลิเกหลอกคนดู

ทัวร์ลงทั้งคู่ ฟอร์มเกรียนโซเชียลฯ บริหารบ้านเมือง จากจังหวะที่น่าจะหวังฉวยสถานการณ์เรื่องเริ่มซาๆ อาศัยเหลี่ยมเบี่ยงเป้าไปที่ “ไอ้โม่งจอมไถ” คลายพันธนาการให้ “โกเกี๊ยะ”

กลายเป็นยิ่งกระตุกบ่วงเงื่อนตาย ย้อนพันคอ “ไอ้โม่งฟาดน้ำมัน” ให้กลับยิ่งแน่นไปกันใหญ่

...

ณ จุดที่ “โกเกี๊ยะ” ยิ่งสลัดไม่ออกจากกระแสหวาดระแวง

สภาพติดคราบกระดำกระด่างมาตรฐานความโปร่งใส ยากจะขับเคลื่อนเรือธงในการบริหาร ตามสถานะ “เบอร์รอง” ใน ครม.ต้องตกที่นั่งลำบาก จากปมไอ้โม่งน้ำมัน สั่นสะเทือนไปถึงอภิมหาโปรเจกต์แลนด์บริดจ์ในภาคใต้ ยังต้องสะดุดปม “อาม่า” กว้านซื้อที่ดินเก็งกำไร วนไม่พ้นโดนโยงเครือข่ายคนในตระกูล

“ไอ้โม่ง” ฟาดน้ำมัน ฉุดห้องเครื่องก๊วนอำนาจเขากระโดงทรุดเร็วเกินคาด

พลาดติดคราบฝังลึกแล้ว แก้ลำบากเลย

นั่นไม่เท่ากับว่าความพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อแลกกับการเคลียร์พื้นที่ให้ “โกเกี๊ยะ”

หลุดออกจากโซนคราบน้ำมันเหนียวเหนอะ ไม่เกี่ยงว่าจะวิธีไหน แกะรอยจากเกมเบี่ยง “ไอ้โม่งจอมไถ” ช่วยพลางกระแส “ไอ้โม่งน้ำมัน”

โฟกัสปมติดติ่งห้อยท้าย “คุณขิงต้องสู้กลับ อย่ายอม”

ตามท้องเรื่องพาดโยงไปถึง “เสี่ยขิง สุดซอย” นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน “ลูกเลี้ยงลุงกำนัน” ที่เครื่องน็อกซะดื้อๆจากที่ขันอาสาไล่ทุบราคาน้ำมัน ประชันกระแสไอ้โม่ง กลบบ่อน้ำมันเขากระโดง

ปล่อยให้ “โอ๋” ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ หัวหอกก๊วนสุดซอย ลุยถั่ว นำขบวนไปตีโป่ง ตีปี๊บยุทธการไล่ล่าไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน ไล่จับ “น้องชายเสี่ยตือ” ที่ซุกของกลางคาปั๊มในจังหวัดอ่างทอง

ปฏิบัติการนำร่อง ก่อนพุ่งเป้าเล่นงานกลุ่ม 6 โรงกลั่นน้ำมันยักษ์ใหญ่ ประเคนข้อหาหนัก ยักย้ายถ่ายเท ดึงเวลาลอยทะเล แต่แนบหลักฐานที่อ้างพิรุธแค่ “เอกสารขนส่งทางเรือ” ยัดใส่มือให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตั้งแท่นดำเนินคดีพิเศษ

“หมายเหตุ” ยังไม่รู้ปลายทางจะไปจบลงที่ตรงไหน เมื่อไหร่ จับผู้ร้ายตัวจริงได้หรือไม่

เพราะเดาอาการบิ๊กๆในดีเอสไอยามนี้ น่าจะแหยงๆกับตัวอย่างหนังชีวิตโหดๆ โทษของ “การใช้อำนาจรัฐสนองนักการเมืองทะเล่อทะล่า” อดีตบิ๊ก ป.ป.ช.เพิ่งโดนศาลตัดสินจำคุกในคดี “นาฬิกายืมเพื่อน”

ส่งสัญญาณ ศาลยุติธรรมไม่ปล่อยข้าราชการใช้อำนาจรับใช้นักการเมืองฉ้อราษฎร์บังหลวง

แต่ก่อนจะล่วงไปถึงจุดนั้น ถามว่า ใครจะรับผิดชอบในจุดที่เอกชนเสียหาย บริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกสัญชาติไทย จดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย ต้องกระทบเครดิตระบบธรรมาภิบาลมัวหมอง โดนดำเนินคดี เป็นข่าวใหญ่โต

สั่นสะเทือนธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันของประเทศไทย ที่วันนี้เหลือแค่เจ้าของสัญชาติไทย นักลงทุนต่างชาติทิ้งหุ้นหนีกระเจิงไปหมดแล้ว สังเวยสภาพการเมืองมั่วน้ำมัน ต้องป่วนกับเป้าหมายแค่เบี่ยงกระแส

กลบ “ไอ้โม่ง” ที่คนทั้งประเทศปักใจเชื่อไปหมดแล้วว่าใครเป็นใคร.

ทีมข่าวการเมือง


คลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม