ปลัดมหาดไทย สั่งการทุกจังหวัด แจ้งผู้บริหารท้องถิ่นตามกฎหมายโรงงาน คุมเข้มสถานประกอบการ สกัดปัญหา “น้ำมะพร้าวปลอมปน” ตั้งแต่ต้นทาง
วันที่ 9 มิถุนายน 2569 นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มีบัญชามอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พิจารณาและรายงานผลข้อเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาการปลอมปนน้ำมะพร้าวของคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และการอุตสาหกรรม วุฒิสภา โดยมี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นผู้กำกับและติดตามการดำเนินการ
ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า เพื่อให้ “การแก้ไขปัญหาการปลอมปนน้ำมะพร้าว” ตามข้อเสนอของคณะกรรมาธิการฯ เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพ ยังประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน กระทรวงมหาดไทยจึงได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด มอบหมายสำนักงานท้องถิ่นจังหวัดแจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เพื่อผู้บริหารท้องถิ่นซึ่งเป็นผู้มีอำนาจตามกฎหมายโรงงาน พิจารณาดำเนินการ 4 แนวทาง ได้แก่ 1. ตรวจสอบสถานประกอบการรวบรวมและแปรรูปขั้นต้นของมะพร้าวหรือล้งในพื้นที่รับผิดชอบ หากพบการประกอบกิจการที่เข้าข่ายเป็นโรงงานจำพวกที่ 1 หรือจำพวกที่ 2 ตามกฎหมายโรงงาน ให้กำกับดูแลให้มีการแจ้งหรือขออนุญาตให้ถูกต้องตามกฎหมาย 2. เป็นหน่วยงานหลักในการรับเรื่องร้องเรียนและตรวจสอบสถานที่ผลิตให้เป็นไปตามกฎหมายและข้อกำหนดด้านสุขลักษณะอย่างเคร่งครัด 3. สนับสนุนการจัดเก็บข้อมูลปริมาณวัสดุเหลือทิ้งจากกระบวนการแปรรูปเพื่อนำไปใช้ประกอบการตรวจสอบความสมดุลของวัตถุดิบและเฝ้าระวังความผิดปกติที่อาจบ่งชี้ถึงการปลอมปน และ 4. กำกับติดตามให้สถานประกอบการปฏิบัติตามมาตรการจัดการของเสียอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันปัญหากลิ่นและน้ำเสีย รวมถึงบังคับใช้กฎหมายทันทีหากพบการฝ่าฝืนหรือก่อเหตุเดือดร้อนรำคาญต่อประชาชน และกวดขันการปลอมปนน้ำมะพร้าวตั้งแต่ต้นทาง เพื่อให้การบริหารจัดการในระดับพื้นที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ
...
ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า การดำเนินการในครั้งนี้ มุ่งเน้นให้เกิดการปฏิบัติการแก้ไขปัญหาและป้องกันการปลอมปนน้ำมะพร้าวทั่วภูมิภาคมีประสิทธิภาพและเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม โดยให้ทุกจังหวัดได้ถือปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด เพื่อประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชน