ผู้พิพากษาศาลอาญา เตือน รับเปิดบัญชีม้า มีโทษหนักหลายกระทง ทั้งร่วมสนับสนุน ฟอกเงิน เผยศาลมีคำสั่งปิดเว็บไซต์มิจฉาชีพนับแสน URL
เมื่อเวลา 14.10 น. วันที่ 9 มิถุนายน 2569 นายรัฐวิชญ์ อริยพัชญ์พล ผู้พิพากษาหัวหน้าแผนกคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ในศาลอาญา ระบุว่าปัจจุบันมีคดีความที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์จำนวนมากขึ้นและยังไม่มีแนวโน้มที่จะลดลง โดยเฉพาะผู้กระทำผิดที่รับเปิดบัญชีม้าให้กับกลุ่มมิจฉาชีพ จึงอยากเตือนไปยังบุคคลเหล่านั้นให้ทราบว่า การเปิดบัญชีเพื่อให้ผู้อื่นใช้ เป็นความผิดตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งมีโทษทั้งจำทั้งปรับ ทั้งยังอาจมีความผิดอื่นร่วมด้วย เช่น เป็นผู้ร่วมสนับสนุนการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน หรือร่วมกันฟอกเงิน เป็นต้น จึงอยากรณรงค์ให้ทราบถึงโทษและผลกระทบที่จะตามมา เพราะนอกจากตัวเองจะกลายเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญาแล้ว ยังสร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้เสียหายอีกด้วย
นายรัฐวิชญ์ ยังยอมรับด้วยว่า ศาลถือเป็นปลายทางในการจัดการผู้กระทำผิด คือเมื่อเกิดการกระทำความผิด และมีการสอบสวนแล้ว พนักงานอัยการจึงจะส่งเรื่องฟ้องต่อศาล จึงอยากรณรงค์ให้ประชาชนได้เห็นว่า กว่าเรื่องจะมาถึงชั้นศาลนั้น ผู้เสียหายได้รับทั้งผลกระทบเป็นวงกว้าง ขณะที่ผู้กระทำผิดก็ต้องถูกดำเนินคดี ส่งผลต่ออาชีพการงาน โดยจากการที่ศาลได้ตั้งแผนกคดีความเกี่ยวกับอาชญากรรมทางออนไลน์ ขึ้นเมื่อเดือนเมษายน 2567 พบว่า จำนวนคดีพุ่งขึ้นสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าศาลจะได้มีคำสั่งให้ปิดเว็บไซต์นับแสน URL ต่อเดือน
จากข้อมูลพบว่า มีจำนวน URL ที่ถูกปิดในปี 2567 จำนวน 1,345 คดี หรือ 119,325 URL ขณะที่ปี 2568 ศาลมีคำสั่งให้ปิด 630,672 URL และในปี 2569 จนถึงเดือนพฤษภาคม ได้สั่งปิดไปแล้ว 537,973 URL แสดงให้เห็นว่าปัจจุบันรูปแบบของคดีทางอาญาเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีมีมากขึ้น บางคดีมีมูลค่าความเสียหายหลักพันล้านบาท “จึงอยากเตือนไปยังผู้ที่รับเปิดบัญชีม้าทั้งหลายว่า ท่านถือว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ความผิดสำเร็จ เพราะหากไม่มีเส้นทางการเงินนี้ ผู้กระทำความผิดก็ไม่สามารถหลอกเอาเงินจากผู้เสียหายได้” นายรัฐวิชญ์ กล่าวและว่า
...
นอกจากศาลอาญาจะมีแผนกคดีความอาชญากรรมทางออนไลน์แล้ว กรณีคดีความที่เกี่ยวข้องกับการคุกคามทางเพศ ซึ่งกฎหมายฉบับใหม่เริ่มประกาศใช้เมื่อสิ้นปี 2568 เพิ่มฐานความผิดที่เกี่ยวกับการคุกคามทางเพศ ให้คุ้มครองไปถึงสิทธิ์และพื้นที่ปลอดภัยบนโซเชียลมีเดียให้แก่ผู้เสียหายด้วย เช่น กรณีที่ผู้เสียหายถูกนำภาพที่ไม่เหมาะสมไปเผยแพร่ หรือถูกกระทำการใด ๆ ทางกาย วาจา การส่งเสียง การแสดงอากัปกิริยาหรือท่าทาง การติดต่อสื่อสาร การเฝ้าดู รวมไปถึงการติดตามรังควานทางโซเชียลมีเดีย ผู้เสียหายสามารถยื่นคำร้องตรงไปยังศาลทั่วประเทศได้ทันที เพื่อขอให้คำสั่งระงับการเผยแพร่ โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางมาที่ศาล ไม่จำเป็นต้องไปแจ้งความ หรือต้องมีทนาย
นายรัฐวิชญ์ กล่าวต่อว่า ผู้เสียหายสามารถยื่นคำร้องออนไลน์ผ่านระบบ “CIOS” ได้ทันที เพราะศาลไม่ต้องการเกิดความยุ่งยากแก่ผู้เสียหาย โดยเมื่อยื่นคำร้องแล้ว ศาลจะดำเนินการนัดไต่สวน หากเห็นว่าเป็นภาพที่ไม่เหมาะสม ศาลจะออกคำสั่งไปยังผู้กระทำผิด และผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม รวมถึงเจ้าพนักงานตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ให้ระงับการเผยแพร่ภาพลามกอนาจาร หรือถ้อยคำเหล่านั้น ซึ่งกระบวนการนี้ใช้เวลาไม่นาน หากยื่นคำร้องในวันนี้ วันพรุ่งนี้ก็อาจมีการไต่สวนและออกคำสั่งระงับได้ทันที ภายใน 1-2 วัน