“ชัชชาติ” ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ไม่กังวลคะแนนผู้ค้าหาบเร่แผงลอยหาย ถ้าได้กลับมาเป็นผู้ว่าฯ เดินหน้าจัดระเบียบ ทำในสิ่งที่ถูกต้อง คืนทางเท้าให้คนส่วนใหญ่ ลุยหาพื้นที่สำหรับค้าขายให้


วันที่ 9 มิถุนายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในนามอิสระ กล่าวถึงนโยบายการจัดระเบียบถนนสีลม เพราะถนนสีลมเป็นพื้นที่เศรษฐกิจ การจัดระเบียบหาบเร่แผงลอยจึงเป็นเรื่องสำคัญ ภาพรวมทั้งกรุงเทพมหานคร ปัจจุบันมีผู้ค้าอยู่ 20,000 ราย แต่มีจุดผ่อนผันแค่ 60 จุด และจุดที่ผิดกฎหมาย 700 กว่าจุด ในส่วนนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการมีส่วย 

ดังนั้น จึงต้องจัดระเบียบให้ดีขึ้น เอาผู้ค้าเข้าสู่จุดผ่อนผันและหาที่ให้ผู้ค้าขาย ล่าสุดเหลือผู้ค้าแค่ 10,000 กว่าราย ส่วนที่เหลือไปอยู่ศูนย์เอกชน และศูนย์อิ่มท้องของกรุงเทพมหานครแล้ว ทำให้กรุงเทพมหานครเป็นระเบียบมากขึ้น จุดที่มีปัญหามานาน อย่างโบ๊เบ๊ ตลาดลาว สีลม สุขุมวิท จนตอนนี้สถานการณ์ดีขึ้น ความรู้สึกของพ่อค้าแม่ค้าที่มีต่อตนเองก็ดีขึ้น เห็นได้จากตอนขึ้นรถหาเสียงก็ไม่มีคนด่า

ส่วนประเด็นส่วยเทศกิจที่ผู้ค้าอ้างว่าจ่ายเงิน 500 บาท สามารถขายได้นั้น นายชัชชาติ กล่าวว่า หากเป็นจุดผ่อนผันจะเสียค่าปรับ 500 บาท/ปี จากนั้นจะเป็นค่าขยะนิดหน่อย ส่วนนอกจุดผ่อนผันจะต้องจ่ายค่าปรับ ทางด้าน นายจักรพันธุ์ ผิวงาม อดีตรองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวเสริมว่า หากอยู่นอกจุดผ่อนผัน สำนักงานเขตสามารถเปรียบเทียบปรับครั้งละ 300-500 บาท หลังจากปรับแล้วผู้ค้าจะไม่สามารถขายจุดนั้นได้อีกต่อไป 

...

ในเรื่องนี้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เคยลงพื้นที่แล้ว และเห็นว่าถ้าผู้ค้าอยู่นอกจุดผ่อนผันและถูกปรับแล้วกรุงเทพมหานครต้องหาพื้นที่ค้าขายให้ ขณะนี้กรุงเทพมหานครกำลังหาพื้นที่สำหรับการค้าขายให้กับผู้ค้าเหล่านั้น ซึ่งในอนาคตผู้ค้าที่เคยอยู่ในจุดที่ผ่อนผันการค้าขาย จะสามารถกลับมาค้าขายได้ ในเรื่องนี้นายชัชชาติได้หารือกับผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ในสัปดาห์สุดท้ายก่อนจะหมดวาระ เช่นเดียวกับพื้นที่บางรักก็เป็นหนึ่งในพื้นที่ ที่นำไปให้คณะกรรมการพิจารณาเพื่อผ่อนผัน โดยมีการเสนอให้กองบัญชาการตำรวจนครบาลพิจารณาแล้ว ขณะที่ นายชัชชาติ ย้ำว่า “จุดผ่อนผันต้องไม่ละเมิดสิทธิ์ทางเท้าของผู้อื่น”

ส่วนคำถามว่านโยบายปราบผู้ค้าหาบเร่แผงลอยบนทางเท้า อาจเป็นหนึ่งนโยบายที่ทำให้ผู้ค้าไม่เลือก นายชัชชาติ กลับมาเป็นผู้ว่าฯ กทม. หากได้กลับมาเป็นผู้ว่าฯ จะเดินหน้านโยบายนี้ต่อหรือไม่ เพื่อไม่ให้เกิดการต่อต้านจากกลุ่มผู้ค้า นายชัชชาติ ระบุว่า การที่ผู้ค้าหาบเร่แผงลอยบนทางเท้าไม่ชอบตน เป็นเรื่องปกติ แต่ตนเองจะยึดคนส่วนรวมเป็นหลัก บ้านเมืองจะต้องมีระเบียบ และต้องเคารพสิทธิ์ซึ่งกันและกัน พร้อมย้ำว่าตนเองไม่ได้ใจไม้ไส้ระกำ หากพื้นที่ไหนที่สามารถผ่อนผันได้ หรือต้องใช้เวลาแก้ไข ก็ให้เวลา 6 เดือนสำหรับผู้ค้า เพื่อเตรียมตัวย้ายออกหาที่ค้าขายใหม่ ผลที่ได้ทำให้เมืองน่าอยู่ขึ้น ส่วนตัวไม่ได้กังวลคะแนนเสียงของคนกลุ่มนี้ เพราะตนเองยืนยันจะทำในสิ่งที่ถูกต้อง และเชื่อว่าคนที่ยังเห็นเมืองมีระเบียบ มีมากกว่าคนที่ไม่เอาตนเอง

นายชัชชาติ ยังกล่าวด้วยว่า การได้เห็นคนเดินบนถนน และผู้ค้าหาบเร่แผงลอยเคารพสิทธิ์ของคนเดินมากขึ้น ไม่ล้ำเส้นการเดินของประชาชน ยืนยันจะเดินหน้านโยบายนี้ต่อหากได้กลับมาเป็นผู้ว่าฯ กทม. อีกครั้ง เชื่อว่าการค้าขายบนพื้นที่ทางเท้าเป็นอาชีพชั่วคราว ในอนาคตต้องมีอาชีพที่มั่นคงด้วยการหาพื้นที่เอกชนให้ไปค้าขาย.